ตัดไฟแต่ต้นลม “ดีอี” ระงับ “3.56 ล้านบัญชีม้า” สกัด “บัญชีม้า-นอมินี-ซิมชายแดน”

ดีอี ออกมาตรการใหม่ปราบ "บัญชีม้า" ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 3.56 ล้านบัญชี หลังพบเยาวชนเสี่ยงตกเป็นเหยื่อกว่า 6,500 ราย พร้อมประสาน ธปท. และ กสทช. อายัดเงินหมื่นล้าน เดินหน้าตัดวงจร "สแกมเมอร์-นอมินี-ซิมผี" พร้อมเปิดตัว Sandbox สระแก้ว คุมเข้มสัญญาณชายแดน สกัดกั้นแก๊งคอลเซนเตอร์ถาวร
ประกาศระงับบัญชีม้ากว่า “3.56 ล้านบัญชี”
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับ “ภัยคุกคามไซเบอร์” ในฐานะวาระแห่งชาติ พร้อมยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้น
หนึ่งในมาตรการสำคัญที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินหน้า คือ การประกาศรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง (HR-03) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ดำเนินมาตรการแล้ว ดังนี้
- ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 3.56 ล้านบัญชี (จากรายชื่อเสี่ยงกว่า 246,000 รายชื่อ)
- อายัดเงินที่เกี่ยวข้องได้ราว 8,000 ล้านบาท
จุดสำคัญของมาตรการนี้
มาตรการครั้งนี้มุ่ง “ตัดเส้นทางการเงิน” ของสแกมเมอร์ ผ่านการเชื่อมข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพิ่มการเฝ้าระวังธุรกรรมเสี่ยง และขยายตรวจสอบ 5 กลุ่มหน่วยงานและธุรกิจการเงินที่อาจถูกใช้เป็นช่องทางหมุนเงินผิดกฎหมาย ดังนี้
- แชร์ข้อมูลบัญชีม้าร่วมกัน :
เปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบและเชื่อมโยงข้อมูลบัญชีต้องสงสัยได้รวดเร็วขึ้น ช่วยติดตามเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ง่ายกว่าเดิม - สถาบันการเงิน :
เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับบัญชีผิดปกติ โดยเฉพาะบัญชีที่มีพฤติกรรมรับ-โอนเงินจำนวนมากในช่วงเวลาสั้น หรือมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับคดีออนไลน์ - กลุ่ม Non-Bank :
ขยายการเฝ้าระวังไปยังผู้ให้บริการทางการเงินนอกระบบธนาคาร เช่น กระเป๋าเงิอิเล็กทรอนิกส์ หรือบริการสินเชื่อ เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางพักหรือโอนเงินผิดกฎหมาย - ร้านรับแลกเปลี่ยนเงิน :
จับตาธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินที่ผิดปกติ ลดความเสี่ยงการเปลี่ยนเส้นทางเงินจากบัญชีม้าไปยังเครือข่ายข้ามประเทศ - ผู้ค้าทองคำ :
เฝ้าระวังการนำเงินผิดกฎหมายไปซื้อทองคำเพื่อเปลี่ยนทรัพย์สินและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเส้นทางการเงิน
มาตรการทั้งหมดนี้ มีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ “การหมุนเงินของสแกมเมอร์” ทำได้ยากขึ้น ลดโอกาสโยกย้ายเงินหลังหลอกเหยื่อ และช่วยให้การอายัดเงินรวมถึงติดตามเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ทำได้เร็วกว่าเดิม ก่อนขยายผลไปยังมาตรการด้านอื่นต่อไป
นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุม คกก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
เปิดเกมปราบ “นอมินี” ลดการใช้บริษัทบังหน้า
อีกช่องทางที่ถูกใช้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ คือ “นิติบุคคลบังหน้า” หรือ “นอมินี”
ภาครัฐจึงร่วมลงนาม MOU กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อสกัดการใช้บริษัทหรือบัญชีนิติบุคคลเป็นช่องทางฟอกเงินและรับโอนเงินผิดกฎหมาย
โดยมี 4 ประเด็นสำคัญที่อยู่ระหว่างการจับตาอย่างใกล้ชิด
- บริษัทที่มีพฤติกรรมผิดปกติ
- การเปิดบัญชีในนามนิติบุคคลเพื่อหมุนเงิน
- การใช้ชื่อผู้อื่นถือหุ้นแทน
- เครือข่ายที่เชื่อมโยงกับแก๊งหลอกลงทุนออนไลน์
ทดลอง “Sandbox สระแก้ว” คุมสัญญาณชายแดน
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมทดลองมาตรการควบคุมสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว เพื่อลดการใช้เครือข่ายสื่อสารของขบวนการคอลเซนเตอร์และอาชญากรรมออนไลน์
โดยมีแนวทางสำคัญที่เตรียมนำมาทดลองใช้ในพื้นที่ Sandbox ดังนี้
- เปิดใช้งานเฉพาะเบอร์ที่ลงทะเบียนถูกต้อง
- ลดการใช้ซิมผิดกฎหมาย
- จำกัดการใช้เครือข่ายข้ามแดนของแก๊งคอลเซนเตอร์
- ลดผลกระทบต่อประชาชนที่ใช้งานปกติ
มาตรการนี้ถูกจับตาว่า อาจเป็น “ต้นแบบ” ในการจัดการสัญญาณพื้นที่เสี่ยงในจังหวัดชายแดนอื่นต่อไป
ภาพการประชุม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569
เยาวชนเสี่ยงถูกใช้เป็น “บัญชีม้า”
ข้อมูลจากที่ประชุมพบว่า มีบัญชีธนาคารของเยาวชนกว่า 6,500 บัญชี เชื่อมโยงกับบัญชีม้า
จึงมีการหารือมาตรการใหม่ เพื่อจำกัดความเสี่ยง เช่น
- จำกัดวงเงินโอน/ถอน
- เพิ่มการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติ
- กำหนดเงื่อนไขการเปิดบัญชีสำหรับเยาวชน
เป้าหมายสำคัญ คือ ป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้บัญชีเด็กและเยาวชนเป็น “ทางผ่านเงินผิดกฎหมาย”
เร่งคืนเงิน “ผู้บริสุทธิ์” ที่ได้รับผลกระทบ
คณะกรรมการฯ ยังหารือเรื่องการคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยจะเร่งตรวจสอบบัญชีที่มีเส้นทางการเงินชัดเจน และไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ โดยมีวัตถุประสงค์
- แยกบัญชีผู้บริสุทธิ์ออกจากบัญชีต้องสงสัย
- ลดขั้นตอนการตรวจสอบที่ล่าช้า
- เร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายเร็วขึ้น
ทำไมเรื่องนี้ถูกยกระดับเป็น “วาระแห่งชาติ” ?
รัฐบาลมองว่า อาชญากรรมออนไลน์ไม่ใช่แค่เรื่อง “หลอกโอนเงิน” อีกต่อไป แต่กระทบต่อหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น
- ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
- ความเชื่อมั่นของประชาชน
- ระบบการเงิน
- ความปลอดภัยบนโลกดิจิทัล
โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนกำลังเผชิญภาวะค่าครองชีพสูงและความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ความเสียหายจากมิจฉาชีพอาจซ้ำเติมปัญหาการเงินและกระทบต่อคุณภาพชีวิตในวงกว้าง
จึงทำให้ภาครัฐเร่งเดินหน้ามาตรการ “ตัดบัญชีม้า-ปราบนอมินี-คุมสัญญาณชายแดน” ควบคู่กัน เพื่อสกัดเส้นทางการเงินและลดช่องทางการก่ออาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นระบบ







