Profile icon

โพสต์อ้าง “สส.รอมฎอน” ชี้ “BRN ไม่ผิด รัฐไม่มีสิทธิ์จับกุม” หลังเหตุลอบยิงทหารพราน ตรวจสอบแล้วถูกบิดเบือนคำพูดสร้างข่าวปลอม

ข่าวปลอมDateClock icon19:58|การเมือง
แชร์ว่อนอ้าง สส.รอมฎอน พรรคประชาชน ปกป้อง BRN เหตุลอบยิงทหารพรานนราธิวาส Thai PBS Verify เช็กแล้วเป็นการบิดเบือนคลิปเก่าปี 67 พร้อมสร้างข้อความปลอม-ปลุกกระแสเกลียดชัง

Thai PBS Verify พบแหล่งข่าวปลอมจาก: Facebook

โพสต์ข้อความพร้อมภาพของ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

หลังเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงถล่มจุดตรวจทหารพรานครั้งล่าสุดในจังหวัดนราธิวาส เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 69 Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ อารยาอิสรีย์ เอกอุชุกร  โพสต์ภาพของ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมข้อความระบุว่า ถ้าตามหลักเรขาคณิต จากประโยคนี้เราก็สามารถก่อการร้ายที่บ้านและครอบครัวของเขาเพื่อสันติภาพและความเห็นต่างได้เช่นกันหรือไม่ ซ.ต.พ. ภาพดังกล่าวยังปรากฎข้อความระบุว่า

ก่อการร้ายก็เพื่อแสดง สันติภาพความเห็นต่าง ก็แค่นั้นเอง BRN ไม่ผิด รัฐไม่มีสิทธิ์ไปตามล่าจับกุมเขา

โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 27 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา หลังถูกเผยแพร่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก รวมถึงถูกแชร์นับสิบครั้ง ซึ่งผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เชื่อ ข้อความดังกล่าวเป็นคำพูดของ สส.รอมฎอน ที่กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ครั้งล่าสุด

สส.รอมฎอน กล่าวข้อความดังกล่าวจริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verify สัมภาษณ์ นายรอมฎอน ถึงข้อความที่ถูกกล่าวถึง ซึ่ง สส.จากพรรคประชาชน ยืนยันว่า ข้อความที่ปรากฎในช่วงนี้นั้น เป็นการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนบนสื่อสังคมออนไลน์ ที่พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของตน โดยมีการนำคำพูดจากบทสัมภาษณ์เรื่อง คดีตากใบ เมื่อสองปีก่อนมาตัดต่อเพื่อสร้างความเข้าใจผิด ว่าเขาสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

“ข้อความที่ถูกตัดมานั้นแท้จริงแล้วเป็นการเน้นย้ำถึง หลักนิติรัฐ ซึ่งระบุว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีสิทธิ์ละเมิดความเป็นมนุษย์หรือพรากชีวิตผู้ควบคุมตัวแม้บุคคลเหล่านั้นจะเป็นผู้เห็นต่างก็ตาม”

ทั้งนี้ สส. รอมฎอน มองว่าการปั่นกระแสด้วย ข่าวปลอม ดังกล่าวไม่ได้มุ่งทำร้ายเพียงตัวบุคคล แต่ยังส่งผลกระทบต่อความพยายามในกระบวนการสร้าง สันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ อีกด้วย เขาจึงเรียกร้องให้ผู้ที่แชร์ข้อมูลคำนึงถึงความเสียหายต่อส่วนรวมและตระหนักว่าการสร้างความเกลียดชังจะทำให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ทำได้ยากยิ่งขึ้น

นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

ทั้งนี้เราตรวจสอบคลิปการสัมภาษณ์ของ สส.รอมฎอน ปันจอร์ ในรายการประชาธิปไตยสองสี : ใบตองแห้ง EP 29 ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ต.ค.67 ซึ่งเป็นตอนที่ชื่อว่า “ผมหวังว่าพี่พิศาลจะกลับมาสู้คดีตากใบ” ที่เผยแพร่ผ่านช่อง YouTube ของมติชนทีวี โดยในช่วงนาทีที่ 57 ของคลิปที่มีความยาวกว่า 1 ชม. 4 นาที มีช่วงที่ สส.รอมฎอน ระบุว่า

“ต่อให้พวกเขาเป็น BRN หรือเหมาทั้ง 58 คน ที่เป็นแกนนำแต่เป็นทั้ง 1,300 กว่าคน หากพวกเขาซุมเปาะฮ์ หรือให้สัตยาบันจะเป็นสมาชิกของ BRN อย่างเป็นเรื่องเป็นราวทุกคน รัฐไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น รัฐที่ชอบธรรมไม่มีสิทธิ์ฆ่าประชาชน ฆ่าผู้เห็นต่างทางการเมืองแบบนั้น”

ภาพจากรายการประชาธิปไตยสองสี : ใบตองแห้ง EP 29 ตอน “ผมหวังว่าพี่พิศาลจะกลับมาสู้คดีตากใบ”

จากข้อความดังกล่าว ทำให้เห็นว่ามีการนำเอาข้อความเพียงบางส่วนมาใช้ในการเผยแพร่ รวมถึงบิดเบือนข้อความที่สร้างขึ้นมาเอง เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

คลิปรายการ

ทำไมโพสต์นี้จึงเกิดขึ้น ?

Thai PBS Verify ยังพบการเผยแพร่ข้อความเท็จจำนวนมากที่อ้างว่าเป็นคำพูดของ สส.รอมฎอน และ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา ที่ออกมาแสดงความเห็นปกป้องผู้ก่อเหตุลอบยิงทหารพราน ซึ่งล้วนแต่มีการบิดเบือนคำพูด และการสร้างข้อความเท็จขึ้นเอง เพื่อให้เชื่อมโยงกับความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้

นักวิชาการเตือนหากปล่อยไว้ไม่ควบคุมอาจกลายเป็นภัยคุกคามเชิงระบบในโลกดิจิทัล

ผศ. ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล อาจารย์และนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ รวมถึงวารสารศาสตร์เพื่อสันติภาพ ประจำคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ให้สัมภาษณ์ถึงผลกระทบของการเผยแพร่ข้อมูลในลักษณะนี้ว่า

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ในสังคมไทย อาจไม่ใช่เรื่องของข่าวปลอม หรือ Fake News เรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางวิชาการที่เรียกว่า มลพิษทางข้อมูลข่าวสาร หรือ Information disorder ซึ่งเป็นสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความผิดปกติของข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของข้อมูลจริงมาใส่กับบริบทที่เป็นเท็จ หรือเอาข้อมูลเท็จมาสลับบริบท หรือการสร้างข้อมูลขึ้นมาเพื่อโจมตีคนใดคนหนึ่ง ซึ่งลักษณะที่เกิดขึ้นค่อนข้างที่จะน่าเป็นห่วง และอาจกลายเป็นปัญหาเชิงระบบของข้อมูลข่าวสาร รวมถึงระบบสังคม เพราะมีรูปแบบของขบวนการของมลพิษทางข้อมูลข่าวสาร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้ 3 ส่วน ได้แก่

  • ผู้สร้าง คือผู้ที่สร้างเรื่องเหล่านั้นมามีเจตนาอะไรในการสร้างข้อมูลเหล่านี้ ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นเจตนาที่ไม่ได้เป็นบวกนัก
  • ข้อมูล ข้อมูลที่ถูกนำมาใช้มาปะปนไปด้วยคลิปจริง หรือคลิปตัดต่อใหม่ หรือคลิปที่สร้างด้วย AI ซึ่งผิดบริบท
  • ผู้รับสาร ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญเพราะเป็นผู้ร่วมสร้างความหมาย โดยผู้รับสารอาจจะไม่ใช่แค่คนที่ตกเป็นเหยื่อ และหลงเชื่อข่าวปลอมเท่านั้น แต่อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว เพราะข้อมูลเหล่านั้นตรงกับสิ่งที่ตนเองคิด ตรงกับสิ่งที่ตนเองเข้าใจ ตรงกับสิ่งที่ตนเองกลัวอยู่

ในส่วนของผู้รับสาร เป็นประเด็นที่น่าห่วงมาก ๆ ในสังคมของเรา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของทักษะการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารของประชาชน แต่เป็นเรื่องของทักษะในการที่จะตีความ โดยเฉพาะการตีความแบบมนุษย์ ความเห็นอกเห็นใจในสังคม ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ เพราะในอดีตสังคมไทยเราเป็นสังคมที่มีเมตตา เป็นคนใจดี ยิ้มง่าย เห็นอกเห็นใจ แต่ในปัจจุบันกลับมีแววตาของความเป็นชาตินิยมอยู่ จนลืมความเป็นมนุษย์ รวมถึงลืมเหตุผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งเรื่องของความมั่นคงความขัดแย้งความรุนแรงที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตามทุกครั้งที่เกิดความรุนแรงขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มักมีการเผยแพร่ข้อมูลว่า คนนั้นเป็น สส. BRN คนนี้เป็นนักวิชาการโจร เป็นกลุ่มภาคประชาสังคมที่เป็นโฆษกให้กับ BRN ต่าง ๆ นานา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มักจะเป็นข้อมูลที่พร้อมจะมีคนเข้ามาคอมเมนต์ เข้ามาแชร์ หรือเข้ามาแช่งชักหักกระดูกกัน โดยในฐานะเป็นนักวิชาการทางด้านวารสารศาสตร์ จึงมองปรากฏการณ์นี้ด้วยความเป็นห่วงว่า ข้อมูลข่าวสารที่มันไหลทะลักมามากมาย อาจกลายเป็นมลพิษ จนอาจไม่ได้เป็นสภาวะสังคมแห่งความรู้ หรือสังคมแห่งความให้สติของกันและกัน

อัลกอริทึมสร้างรายได้ และการไร้การกำกับ คือตัวขยายข่าวปลอม

อย่างที่ทราบกันดีว่าความก้าวหน้าในยุคดิจิทัล ส่งผลทั้งบวกและลบต่อสิทธิในการสื่อสารของประชาชน รวมถึงสิทธิ์ในการสื่อสารเสรีภาพในการสื่อสาร เป็นผลทั้งบวกและลบ เพราะฉะนั้นสิ่งที่หลาย ๆ คนได้นำเสนอคือ ต้องการเรียกร้องให้มีกลไกในการกำกับดูแลแพลตฟอร์ม รวมถึงเรื่องของจริยธรรม ข้อกำหนดของแพลตฟอร์ม ที่จะต้องเข้ามาช่วยในการคัดกรอง ซึ่งไม่เพียงแต่ภาคประชาสังคม แต่สถาบันวิชาการหรือชุมชน อาจต้องให้ความรู้เรื่องของการเท่าทันต่อข้อมูล เพราะต้องยอมรับว่า ยังมีคนที่ไม่เท่าทันข้อมูล เนื่องจากข้อมูลปัจจุบันเป็นข้อมูลที่ไหล เป็นข้อมูลที่เป็นมลพิษที่รวดเร็วมาก เพราะฉะนั้นข้อมูลข่าวสารที่เป็นมลพิษ มักจะกระจายได้เร็วกว่า ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายต้องช่วยกัน ทั้งในส่วนของกฎหมาย

ผู้ที่ได้รับผลกระทบ อาจจำเป็นจะต้องใช้กฎหมายเข้ามาจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการหมิ่นประมาทหรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในการดำเนินคดีได้ แม้ว่าการดำเนินคดีจะเป็นเรื่องยุ่งยาก ซึ่งที่ผ่านมาเห็นได้จากนักกิจกรรมในจังหวัดชายแดนใต้ หรือนักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคม ที่ถูกนำเอาคนในครอบครัวไปเกี่ยวข้อง ซึ่งคนเหล่านี้ล้วนเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง หรือเป็นนักกิจกรรมคนหนึ่ง ที่ไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในสถานะที่สูงส่ง หรือมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ร่ำรวย แต่เมื่อได้รับผลกระทบเหล่านี้ จึงค่อนข้างที่จะได้รับความเดือดร้อน ซึ่งหลายฝ่ายอาจต้องช่วยกัน

ผศ. ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล อาจารย์และนักวิชาการด้านนิเทศศาสตร์ รวมถึงวารสารศาสตร์เพื่อสันติภาพ ประจำคณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

สส.รอมฎอน ปันจอร์ “ไม่ได้กล่าวข้อความดังกล่าว” หลังเหตุการณ์นราธิวาส: ข้อความที่ระบุว่า สส.รอมฎอน กล่าวว่า “BRN ไม่ผิด รัฐไม่มีสิทธิ์ไปตามล่าจับกุม” เป็นการสร้างข้อความเท็จขึ้นมาเองผสมกับการตัดต่อ เพื่อทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าเขาสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

เป็นการนำคลิปเก่าปี 2567 เรื่อง “คดีตากใบ” มาตัดต่อสลับบริบท (Decontextualization): คลิปต้นฉบับมาจากรายการ ประชาธิปไตยสองสี : ใบตองแห้ง EP 29 ช่องมติชนทีวี เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2567 ซึ่งเป็นการอภิปรายเรื่องคดีตากใบ โดยบริบทที่แท้จริง สส.รอมฎอน ต้องการเน้นย้ำถึง “หลักนิติรัฐ” ว่า รัฐที่ชอบธรรมไม่มีสิทธิ์พรากชีวิตหรือละเมิดความเป็นมนุษย์ของผู้ควบคุมตัว แม้บุคคลเหล่านั้นจะเป็นผู้เห็นต่างทางการเมืองก็ตาม

พบการสร้างข่าวปลอมโจมตีเป็นแพ็กเกจ: นอกเหนือจาก สส.รอมฎอน แล้ว ยังพบข้อความเท็จในลักษณะเดียวกันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อโจมตี นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยบิดเบือนว่าออกมารับรองหรือปกป้องผู้ก่อเหตุลอบยิงทหารพราน ซึ่งล้วนเป็นข้อมูลปลอมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อโยงเข้ากับความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนใต้

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  • การสัมภาษณ์ตรงกับผู้ถูกกล่าวหา: นายรอมฎอน ปันจอร์ ยืนยันว่าข้อความดังกล่าวเป็นการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนบนสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อมุ่งทำลายความน่าเชื่อถือส่วนบุคคล และส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ การตัดต่อดังกล่าวเป็นการเอาคำพูดเรื่องนิติรัฐในคดีตากใบเมื่อสองปีก่อนมาสวมรอย
  • การตรวจเทียบกับวิดีโอต้นฉบับ (Fact & Video Verification): ทีมข่าวได้เข้าตรวจสอบเทปรายการ ประชาธิปไตยสองสี : ใบตองแห้ง EP 29 ยอดหลังเมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2567 บน YouTube ของมติชนทีวี นาทีที่ 57 พบประโยคจริงที่ระบุว่า: “ต่อให้พวกเขาเป็น BRN หรือเหมาทั้ง 58 คน ที่เป็นแกนนำแต่เป็นทั้ง 1,300 กว่าคน หากพวกเขาซุมเปาะฮ์ หรือให้สัตยาบันจะเป็นสมาชิกของ BRN อย่างเป็นเรื่องเป็นราวทุกคน รัฐไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น รัฐที่ชอบธรรมไม่มีสิทธิ์ฆ่าประชาชน ฆ่าผู้เห็นต่างทางการเมืองแบบนั้น” ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการพูดถึงขอบเขตอำนาจรัฐตามกฎหมาย ไม่ใช่การบอกว่า BRN ไม่มีความผิดหรือห้ามจับกุมตามที่โพสต์ปลอมกล่าวอ้าง
  • การวิเคราะห์เชิงวิชาการด้านเทคโนโลยีสื่อ: ผศ.ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล นักวิชาการอาวุโส คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้ร่วมชำแหละระบบนิเวศมลพิษทางข้อมูล (Information Disorder Ecosystem) พบว่าเคสนี้เป็นการทำงานประสานกัน 3 ส่วน คือ ผู้สร้าง ที่มีเจตนาลบ (Malintent), ตัวเนื้อหา ที่ใช้เทคนิคสลับบริบท (Decontextualization), และ ผู้รับสาร ที่กลายเป็นผู้ส่งต่อซ้ำเพราะอคติและความกลัว

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้

  • กระทบต่อกระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนใต้: การปั่นข่าวลวงไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวบุคคล แต่สร้างความตระหนกและเพิ่มรอยแตกร้าว ทำให้การแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ทำได้ยากยิ่งขึ้น
  • การใช้ภาษาเป็นอาวุธและลดทอนความเป็นมนุษย์ (Demonization & Hate Speech): มลพิษทางข้อมูลใช้คำว่า “สันติภาพ” หรือ “BRN” เป็นวาทกรรมสร้างสภาวะปีศาจ กระตุ้นอารมณ์โกรธแค้น จนเกิดการแปะป้ายประทับตรา เช่น “สส. BRN” หรือ “นักวิชาการโจร” เพื่อลดทอนคุณค่าความเป็นคนของผู้เห็นต่าง
  • ละเมิดสิทธิเด็กและบุคคลเปราะบาง: การขยายตัวของความเกลียดชังในระบบนิเวศสื่อ นำไปสู่ความล้มเหลวทางจริยธรรม เช่น การนำภาพเด็กอายุเพียง 4-5 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรของนักการเมืองหรือผู้สูญเสีย มาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมืองบนโลกออนไลน์

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • ไม่เป็นฟันเฟืองส่งต่อความเกลียดชัง: ผู้รับสารต้องหยุดสัญชาตญาณการแชร์ทันทีเมื่อเจอเนื้อหาที่ “เน้นย้ำความกลัว” หรือ “ตรงกับอคติส่วนตัว” ควรตั้งสติและตรวจสอบแหล่งที่มาก่อนส่งต่อ
  • เช็กบริบทและคลิปเต็มก่อนด่วนตัดสิน: หากพบข้อความอ้างว่าเป็นคำพูดของนักการเมืองหรือภาคประชาสังคมในคดีความมั่นคง ให้ค้นหาวิดีโอต้นฉบับเต็มเพื่อดูบริบทที่แท้จริง ไม่เชื่อเพียงข้อความพาดหัวบนรูปภาพ
  • เรียกร้องจริยธรรมสื่อและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย: สื่อกระแสหลักต้องทำหน้าที่เป็นตัวกรองที่เข้มแข็ง ยับยั้งการนำรูปเด็กและครอบครัวมาโจมตีทางการเมือง ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มต้องมีกลไกกำกับดูแลขบวนการปั่นมลพิษทางข้อมูลอย่างจริงจัง
  • ช่วยกันรายงานภัยข่าวลวง: หากพบเห็นโพสต์บิดเบือนคำพูดเพื่อสร้าง Hate Speech ในพื้นที่ชายแดนใต้ สามารถส่งลิงก์มาให้ทีมงาน Thai PBS Verify ช่วยทำการตรวจสอบเพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อที่ปลอดภัยร่วมกัน
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน