ภาพอนุทินชูนิ้วกลางกับภรรยา เป็นภาพตัดต่อจากงานตรวจพื้นที่บางซื่อ – หมอชิต

DateClock icon18:10|การเมืองViews0
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์แชร์ภาพอนุทินชูนิ้วกลางพร้อมภรรยา แท้จริงเป็นภาพตัดต่อจากการตรวจสถานีกลางบางซื่อ-หมอชิต

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของภาพปลอมจาก: Facebook

ภาพจาก กลุ่มเฟซบุ๊กพรรคภูมิใจไทย โพสต์ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีชูนิ้วกลาง พร้อมภรรยา ในรถยนต์ พร้อมระบุว่า “ไอ่หนูให้พร ทำไมเป็นคนแบบนี้”

ภาพจาก กลุ่มเฟซบุ๊กพรรคภูมิใจไทย โพสต์ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีชูนิ้วกลาง พร้อมภรรยา ในรถยนต์ พร้อมระบุว่า “ไอ่หนูให้พร ทำไมเป็นคนแบบนี้”

Thai PBS Verify พบผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ สลิ่มไว้ทำไมมีไปก็โหนโง่ๆ โพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ชูนิ้วกลาง พร้อมภรรยาในรถยนต์ พร้อมระบุว่า 

ไอ่หนูให้พร ทำไมเป็นคนแบบนี้”

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 64 ครั้ง และการแสดงความคิดเห็น 164 ข้อความ ซึ่งผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่เชื่อว่า ภาพดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

ภาพนายกฯ ชูนิ้วกลาง เป็นภาพจริงหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify ได้นำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จาก illuminarty พบว่ามีโอกาสที่เกิดจากการสร้าง AI 

ภาพการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ illuminarty พบความเป็นไปได้ของการถูกสร้างจาก AI อยู่ที่ 8.7%

าพการตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ illuminarty พบความเป็นไปได้ของการถูกสร้างจาก AI อยู่ที่ 8.7%

ภาพตัดต่อหรือไม่? 

Thai PBS Verify ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพตัดต่อจากเว็บไซต์ imageedited และ fotoforensics ซึ่งเป็นเว็บที่ตรวจสอบว่ามีการตัดต่อรูปภาพหรือไม่ 

สำหรับเว็บไซต์ imageedited หากภาพถูกแก้ไขมา ระบบอาจแสดงผลว่า “ใช่” พร้อมระบุข้อมูลเพิ่มเติม เช่น โปรแกรมที่ใช้แก้ไขภาพ รวมถึงข้อมูลเชิงลึกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่จากการตรวจสอบ ภาพดังกล่าว พบว่ามีความน่าจะเป็นที่ภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถูกตัดต่อ 

ภาพการตรวจสอบภาพตัดต่อจากเว็บไซต์ imageedited

ภาพการตรวจสอบภาพตัดต่อจากเว็บไซต์ imageedited

ขณะที่เว็บไซต์ Fotoforensics เมื่ออัปโหลดภาพที่ต้องการตรวจสอบแล้ว ระบบจะแสดงภาพ 2 แบบ ได้แก่ ภาพต้นฉบับ และภาพที่ผ่านการวิเคราะห์ ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบความผิดปกติของภาพได้ โดยเฉพาะการเช็กว่า เคยถูกแก้ไขด้วยโปรแกรมอย่าง Photoshop หรือไม่

การวิเคราะห์ดังกล่าวเรียกว่า ELA (Error Level Analysis) หรือการวิเคราะห์ระดับข้อผิดพลาด ซึ่งจะแสดงความแตกต่างของคุณภาพในแต่ละส่วนของภาพ หากภาพมีการตัดต่อหรือผ่านการแก้ไข จะปรากฏเป็นสีที่แตกต่างในผลวิเคราะห์ แต่หากเป็นภาพต้นฉบับที่ไม่ได้แก้ไข มักจะแสดงเป็นโทนสีสม่ำเสมอหรือใกล้เคียงกัน แต่ภาพดังกล่าวจะเห็นเป็นจุดสีแดงทั่วภาพ ทำให้มีโอกาสที่เป็นภาพตัดต่อ 

ภาพการตรวจสอบภาพตัดต่อจากเว็บไซต์ Fotoforensics

ภาพการตรวจสอบภาพตัดต่อจากเว็บไซต์ Fotoforensics

ต่อมา Thai PBS Verify ใช้ Google  Lens ในการค้นหาภาพปรากฏว่า พบภาพเดียวกันในข่าว อนุทิน ตรวจสถานีกลางบางซื่อ-หมอชิต ทดลองนั่งที่คนขับรถไฟ เจอเด็กถาม ‘ทำไมค่าน้ำมันแพงจัง’ ของเว็บไซต์ มติชน ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 69 โดยเป็นภาพ นายกฯ ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าเดินทางไปที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต เพื่อพบปะทักทายและส่งประชาชนเดินทางกลับบ้าน โดยมีภริยาพร้อมคณะเดินทางไปด้วย

ภาพ นายอนุทิน ชาญวีระกูล ในโพสต์ข่าวของมติชน (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพจากโพสต์ปลอม (ขวา)

ภาพ นายอนุทิน ชาญวีระกูล ในโพสต์ข่าวของมติชน (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพจากโพสต์ปลอม (ขวา)

ภาพต้นฉบับ

ภาพนายอนุทิน ชาญวีรกูล และภริยา

ภาพจากอนุทิน ตรวจสถานีกลางบางซื่อ-หมอชิต ทดลองนั่งที่คนขับรถไฟ เจอเด็กถาม ‘ทำไมค่าน้ำมันแพงจัง’ ของเว็บไซต์ มติชน ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 11 เม.ย. 69

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

Thai PBS Verify ตรวจสอบภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ขณะนั่งอยู่ในรถยนต์กับภริยาและแสดงสัญลักษณ์ “ชูนิ้วกลาง” พร้อมแคปชันในเชิงตำหนินั้น Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้วพบว่า “เป็นภาพปลอมที่ผ่านการตัดต่อ” ภาพต้นฉบับจริงถูกเผยแพร่โดยสำนักข่าว มติชน และสื่อกระแสหลักเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เป็นเหตุการณ์ที่นายกรัฐมนตรีขับรถยนต์ไฟฟ้าเดินทางไปที่สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต เพื่อพบปะทักทายและส่งประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งในภาพจริงนายกรัฐมนตรีกำลังโบกมือทักทายให้กับช่างภาพ ไม่ได้มีการแสดงกริยาที่ไม่เหมาะสมแต่อย่างใด

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพAI: เมื่อตรวจสอบภาพด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI  เช่น illuminarty พบว่ามีโอกาสที่สร้างจาก AI 
  2. ตรวจสอบภาพตัดต่อ: เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพตัดต่ออย่าง เว็บไซต์ imageedited และ fotoforensics พบว่ามีแนวโน้มที่เป็นภาพตัดต่อ
  3. ตรวจสอบด้วย Google Lens: เมื่อนำภาพในโพสต์ดังกล่าวค้นหาด้วย Google Lens พบภาพที่คล้ายกับภาพประกอบข่าว ที่นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยาและคณะเดินทางไปสถานีขนส่งหมอชิต เพื่อพบปะทักทายและส่งประชาชนเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569

ผลกระทบของข้อมูลเท็จ 

  1. ทำลายความน่าเชื่อถือของบุคคล: ภาพที่ถูกตัดต่ออาจทำให้ผู้ถูกพาดพิงเสียชื่อเสียง ถูกเข้าใจผิด และถูกวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบโดยไม่เป็นธรรม
  2. บิดเบือนข้อเท็จจริงในสังคม: ทำให้ประชาชนรับข้อมูลผิด ๆ และอาจเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์จริง ส่งผลต่อการรับรู้ข่าวสารโดยรวม
  3. กระตุ้นความขัดแย้งและความเกลียดชัง: เนื้อหาที่ถูกปรับแต่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมืองหรือสร้างความแตกแยกในสังคม
  4. ลดความเชื่อมั่นต่อสื่อและข้อมูลออนไลน์: เมื่อมีภาพปลอมแพร่กระจายบ่อยครั้ง อาจทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือข้อมูล แม้เป็นข่าวจริง
  5. เสี่ยงต่อการแชร์ต่อโดยไม่ตรวจสอบ: ผู้ใช้โซเชียลอาจตกเป็นส่วนหนึ่งของการกระจายข้อมูลเท็จโดยไม่รู้ตัว ทำให้ข้อมูลผิดแพร่ขยายรวดเร็วมากขึ้น

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. หยุดก่อนแชร์: อย่าเพิ่งส่งต่อทันที ควรตั้งข้อสงสัย โดยเฉพาะภาพที่ดูผิดปกติหรือมีเนื้อหาชวนให้เกิดอารมณ์ร่วม
  2. ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าโพสต์มาจากเพจหรือบุคคลที่น่าเชื่อถือหรือไม่ มีแหล่งข่าวอ้างอิงชัดเจนหรือไม่
  3. ใช้เครื่องมือตรวจสอบภาพ: เช่น ค้นหาภาพย้อนกลับ (Reverse Image Search) หรือใช้เว็บไซต์ตรวจจับภาพตัดต่อ เพื่อตรวจสอบว่าภาพถูกดัดแปลงหรือเคยเผยแพร่ที่ไหนมาก่อน
  4. เปรียบเทียบกับข่าวจากหลายแหล่ง: ตรวจสอบข้อมูลจากสื่อหลักหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยืนยันความถูกต้อง
  5. ระวังเนื้อหาที่กระตุ้นอารมณ์: ข้อมูลเท็จมักถูกออกแบบให้โกรธ ตกใจ หรือขำขันเกินจริง เพื่อกระตุ้นให้แชร์ต่อ
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน