นักวิจัยจาก ม.ควีนส์แลนด์ ร่วมกับวิศวกรชีวการแพทย์จาก ม.นิวเซาท์เวลส์ พัฒนาเทคโนโลยี “แมลงสาบไซบอร์ก” ติดตั้งระบบฉีดยาอัตโนมัติระยะไกล ยกระดับหุ่นยนต์กู้ภัยจากการสำรวจสู่การรักษาฉุกเฉิน พร้อมผลทดสอบแม่นยำสูงถึง 95%
ตลอดช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา "แมลงไซบอร์ก" ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจค้นหาและสำรวจ แต่งานวิจัยล่าสุด ก้าวไปอีกขั้น จากเดิมที่ทำหน้าที่เพียงแค่ค้นหาผู้รอดชีวิต ไปสู่การช่วยเหลือโดยตรง
ทีมนักวิจัยชีวหุ่นยนต์ จากมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ร่วมกับวิศวกรชีวการแพทย์จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ได้พัฒนา "แมลงสาบไซบอร์ก" ที่ติดตั้งกล้องและเข็มฉีดยาขนาดจิ๋ว อาจถูกนำมาใช้เพื่อมอบการดูแลฉุกเฉินภายใต้การควบคุมของทีมแพทย์ ให้แก่ผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ใต้ซากอาคารพังทลาย ถ้ำ หรือพื้นที่อันตรายเกินกว่าที่กู้ภัยจะเข้าถึงได้

หุ่นยนต์นี้ถูกเรียกว่า "พาราบอร์ก" (Paraborgs) ย่อมาจาก Paramedic Cyborg Insects คือ แมลงสาบไซบอร์กเพื่อการแพทย์กู้ภัย ที่พัฒนาขึ้นโดยการนำแมลงสาบดินยักษ์มาติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก เพื่อจำแนกและส่งมอบการรักษาฉุกเฉินให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่อันตรายที่ทีมกู้ภัยเข้าไม่ถึง
ทีมนักวิจัยได้ติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์น้ำหนักเบาเข้ากับ "แมลงสาบดินยักษ์ควีนส์แลนด์เหนือ" (Macropanesthia rhinoceros) พร้อมกับกล้องสำหรับส่งภาพกลับมา และระบบฉีดยาอัตโนมัติแบบสั่งการระยะไกลที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับแมลงสาบสายพันธุ์นี้โดยเฉพาะ
Thang Vo-Doan วิศวกรชีวหุ่นยนต์จาก ม.ควีนส์แลนด์ กล่าวว่า "การเสริมศักยภาพกลไกทางชีวภาพตามธรรมชาติของพวกมัน ทำให้แมลงไซบอร์กเหล่านี้สามารถส่งมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันท่วงที ในยามที่ไม่สามารถเข้าถึงผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในช่องแคบๆ เต็มไปด้วยเศษซากความเสียหายได้โดยตรง
ในการทดสอบพิสูจน์แนวคิด ณ คณะวิศวกรรมเครื่องกลและเหมืองแร่ของ ม.ควีนส์แลนด์ เหล่า "พาราบอร์ก" ประสบความสำเร็จถึง 95% ในการฉีดยาระยะประชิด โดยสามารถเข้าประตำแหน่งห่างจากเป้าหมายไม่เกิน 15 เซนติเมตร และภารกิจตั้งแต่การนำทางจนถึงการฉีดยาจนเสร็จสิ้น ทำสำเร็จคิดเป็น 72% ของการทดลองทั้งหมด

Hai Nhan Le นักศึกษาปริญญาเอก กล่าวว่า การวางตำแหน่งของพาราบอร์กอย่างแม่นยำถือเป็นหนึ่งในความท้าทายทางวิศวกรรมที่สำคัญที่สุด ซึ่งแมลงสาบไซบอร์กต้องเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมาย จัดวางตำแหน่งให้แม่นยำ และอยู่นิ่งให้พอที่จะทำการฉีดยาได้
Thanh Nho Do ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ทางการแพทย์ของ ม.นิวเซาท์เวลส์ กล่าวว่า เทคโนโลยีพาราบอร์กสามารถขยายขอบเขตทางการแพทย์ฉุกเฉินออกไปได้อีกไกล ซึ่งในมุมมองทางชีวการแพทย์ โอกาสสำคัญคือการส่งการรักษาไปถึงตัวผู้ป่วย ในเวลาที่ผู้ป่วยยังไม่สามารถถูกนำตัวมารับการรักษาได้
สำหรับแมลงสาบเหล่านี้ เช่นเดียวกับแมลงไซบอร์กรุ่นก่อน ๆ ของทีม จะได้รับยาสลบระหว่างการติดตั้งขั้วไฟฟ้าและไมโครชิป และพวกมันจะมีอายุยืนยาวเท่ากับแมลงสาบตัวอื่น ๆ ตามปกติเมื่อถอดชุดอุปกรณ์ออก
Tim Hassiotis ผู้กำกับการและผู้จัดการฝ่ายภัยธรรมชาติและมนุษยธรรมของ Fire and Rescue NSW กล่าวว่า เทคโนโลยีนี้สามารถขยายศักยภาพของทีมกู้ภัยได้เป็นอย่างดี ถ้าแมลงไซบอร์กสามารถเข้าไปในพื้นที่ที่ทีมกู้ภัยเข้าไม่ถึงได้ ช่วยระบุตำแหน่งผู้บาดเจ็บ และช่วยเหลือฉุกเฉินได้ พวกมันจะกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่มีค่าอย่างยิ่งสำหรับการค้นหาและกู้ภัย

Thang Vo-Doan วิศวกรชีวหุ่นยนต์จาก ม.ควีนส์แลนด์ กล่าวถึงการพัฒนาในอนาคต คือ การปล่อยฝูงแมลงไซบอร์กเฉพาะทาง โดยแต่ละตัวจะทำหน้าที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน เช่น บางตัวอาจจะติดกล้องและเซนเซอร์ตรวจวัดสภาพแวดล้อม ในขณะที่ตัวอื่นอาจขนส่งอุปกรณ์ฉุกเฉินหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์เฉพาะทาง
แต่อย่างไรก็ตาม ย้ำว่า แมลงสาบไซบอร์กไม่ได้ต้องการมาแทนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัย แต่เป็นการมอบอีกหนึ่งวิธีในการมองเห็น เข้าถึง และให้ความช่วยเหลือผู้คนในยามที่การเข้าถึงโดยตรงทำไม่ได้ พร้อมกับหวังว่าภายใน 5-10 ปีข้างหน้า อาจจะได้เห็นทีมแมลงไซบอร์กกู้ภัยถูกส่งไปปฏิบัติงานจริงเพื่อช่วยเหลือผู้คนในเหตุฉุกเฉิน
ที่มา :
techxplore
H. Nhan Le et al, Paraborg: Paramedic Cyborg Insects for In Situ Emergency Drug‐Delivery, Advanced Science (2026). DOI: 10.1002/advs.76973
ที่มาภาพ : มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech



