ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
เมื่อตู้เย็นดมกลิ่นได้! "จมูกอิเล็กทรอนิกส์" ผสานพลัง AI แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนอาหารบูด
เทคโนโลยี

เมื่อตู้เย็นดมกลิ่นได้! "จมูกอิเล็กทรอนิกส์" ผสานพลัง AI แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนอาหารบูด

ขนิษฐา จันทร์ทร 02 ก.ค. 694 นาที02 ก.ค. 69

"จมูกอิเล็กทรอนิกส์" มีชิปเซนเซอร์ดมกลิ่นอัจฉริยะทำงานร่วมกับระบบ AI สามารถตรวจจับก๊าซจากแบคทีเรียเพื่อแจ้งเตือนก่อนอาหารบูด และค้นหาสารก่อภูมิแพ้แฝง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในห้องครัวยุคใหม่

ขนาดตัวอักษร

"จมูกอิเล็กทรอนิกส์" มีชิปเซนเซอร์ดมกลิ่นอัจฉริยะทำงานร่วมกับระบบ AI สามารถตรวจจับก๊าซจากแบคทีเรียเพื่อแจ้งเตือนก่อนอาหารบูด และค้นหาสารก่อภูมิแพ้แฝง เพื่อยกระดับความปลอดภัยในห้องครัวยุคใหม่

หมดยุคของการเปิดตู้เย็นแล้วยืนดมกลิ่นอาหาร เมื่อเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถ "ดมกลิ่น" แทนเราได้ นวัตกรรมนี้เป็นการผสมผสานระหว่างเซนเซอร์ตรวจจับก๊าซขนาดจิ๋วและระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนกลายเป็น "จมูกอิเล็กทรอนิกส์" ที่มีความแม่นยำสูง สามารถส่งสัญญาณเตือนภัยผู้บริโภคก่อนที่อาหารจะเน่าเสียจริง ช่วยลดปัญหาอาหารเหลือทิ้งและป้องกันอาการเจ็บป่วยจากภาวะอาหารเป็นพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ

จมูกอิเล็กทรอนิกส์ คืออะไร ?

โดยปกติแล้ว มนุษย์เราจะรับรู้กลิ่นผ่านเซลล์ประสาทในโพรงจมูกที่คอยจับโมเลกุลในอากาศ แต่นักวิจัยได้จำลองกระบวนการดังกล่าวขึ้นมาในรูปแบบของ "ชิปเซนเซอร์ขนาดจิ๋ว" ที่มีความไวต่อการสัมผัสสารเคมีสูง เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่ตรวจจับ "สารอินทรีย์ระเหยง่าย" (Volatile Organic Compounds หรือ VOCs) ซึ่งเป็นโมเลกุลของก๊าซหรือกลิ่นเจือจางที่ลอยอยู่ในอากาศรอบ ๆ วัตถุดิบอาหาร

จมูกอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องตรวจจับกลิ่นอาหารบูดขนาดพกพา

ความพิเศษของนวัตกรรมนี้ไม่ใช่แค่การตรวจเจอโมเลกุลกลิ่น แต่เป็นการทำงานร่วมกับระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ผ่านการฝึกฝนให้อ่าน "พิมพ์เขียวก๊าซ" (Gas Profile) หรือจดจำรูปแบบกลิ่นเฉพาะตัวของอาหารแต่ละชนิด ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถแยกแยะได้ทันทีว่า กลิ่นที่เซนเซอร์ตรวจพบนั้นเป็นกลิ่นของอาหารสด กลิ่นอาหารที่กำลังเริ่มเสีย หรือเป็นกลิ่นของสารปนเปื้อนอันตราย

ชิปอัจฉริยะตรวจลึกถึงระดับโมเลกุล

งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำ โดยทีมวิศวกรได้พัฒนาแพลตฟอร์มเซนเซอร์ดมกลิ่นที่มีความไวต่อก๊าซในระดับที่สูงกว่าจมูกมนุษย์หลายเท่า ตัวชิปถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูง ทำให้มีขนาดเล็กพอที่จะนำไปติดตั้งในอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน หรือแม้กระทั่งสมาร์ตโฟนได้ในอนาคต

ความก้าวหน้าในงานวิจัยชิ้นนี้คือความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลกลิ่นแบบเรียลไทม์ AI ที่ถูกฝังอยู่ในระบบจะทำหน้าที่คัดกรองสัญญาณรบกวนในตู้เย็น เช่น กลิ่นของน้ำล้างตู้เย็น หรือกลิ่นเครื่องเทศเข้มข้น เพื่อมุ่งเป้าไปที่การตรวจหาก๊าซเฉพาะที่เกิดจากกระบวนการเติบโตของแบคทีเรียหรือเชื้อราโดยเฉพาะ

"เตือนก่อนบูด" และ "จับสารก่อภูมิแพ้" 

จมูกอิเล็กทรอนิกส์ ได้เปลี่ยนวิธีคิดจากการตรวจเป็นการ "เตือนล่วงหน้า" (Early Detection)

  • เตือนก่อนอาหารเน่าเสีย : เมื่อแบคทีเรียเริ่มย่อยสลายเนื้อสัตว์หรือผัก มันจะปล่อยก๊าซบางชนิดออกมาในปริมาณที่น้อยมากจนจมูกมนุษย์ยังไม่ได้กลิ่น แต่เซนเซอร์นี้สามารถตรวจพบความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชันของผู้ใช้ เพื่อให้รีบนำวัตถุดิบนั้นมาปรุงอาหารก่อนที่จะเสีย
     
  • ตรวจจับสารก่อภูมิแพ้ล่วงหน้า : นอกจากเรื่องอาหารบูดแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถในการ "สูดดม" เพื่อค้นหาร่องรอยของสารก่อภูมิแพ้ที่ซ่อนอยู่ เช่น โปรตีนจากถั่วลิสง วอลนัท หรือกลูเตน แม้จะมีปริมาณเพียงเศษเสี้ยวกรัมลอยปะปนอยู่ในอากาศ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลในการช่วยชีวิตผู้ที่มีอาการแพ้อาหารขั้นรุนแรง (Anaphylaxis)
การทดสอบจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ทำงานผ่านแอปพลิเคชัน

ประโยชน์ต่อผู้บริโภคและการใช้งาน

การเข้ามาของเทคโนโลยีนี้ จะช่วยแก้ปัญหาใหญ่ระดับโลกสองเรื่องพร้อมกัน เรื่องแรกคือ "ขยะอาหาร" (Food Waste) ในแต่ละปี มนุษย์ทิ้งอาหารที่ยังกินได้ไปเป็นจำนวนมากเพียงเพราะไม่แน่ใจในวันหมดอายุ การมีระบบตรวจวัดที่แม่นยำจะช่วยยืดอายุการใช้งานวัตถุดิบในบ้านได้อย่างคุ้มค่า ส่วนเรื่องที่สองคือ "ความปลอดภัยในชีวิต" ป้องกันปัญหาทางเดินอาหารและอาการแพ้ที่เกิดจากการรับประทานอาหารปนเปื้อนโดยไม่ตั้งใจ

เทคโนโลยี "จมูกอิเล็กทรอนิกส์" ผสานพลัง AI ไม่ใช่แค่เรื่องของนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการจัดการอาหารในชีวิตประจำวันของเราให้ปลอดภัยและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนผ่านจากระบบการดมเพื่อเดา ไปสู่การตรวจวัดเชิงวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำในห้องครัว จะช่วยยกระดับสุขอนามัยของคนทำงานและครอบครัวยุคใหม่ พร้อมทั้งขับเคลื่อนสังคมไปสู่การลดขยะอาหารอย่างยั่งยืน

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: berkeley, letsdatascience, interestingengineering
ที่มาภาพ: berkeley

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|7 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|23 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    เมื่อตู้เย็นดมกลิ่นได้! "จมูกอิเล็กทรอนิกส์" ผสานพลัง AI แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนอาหารบูด | Thai PBS Sci & Tech