ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
คืนลมหายใจให้โลก! เปลี่ยน "ถุงมือยาง" เป็นตัวจับคาร์บอน ลดปริมาณขยะและภาวะโลกร้อน
เทคโนโลยี

คืนลมหายใจให้โลก! เปลี่ยน "ถุงมือยาง" เป็นตัวจับคาร์บอน ลดปริมาณขยะและภาวะโลกร้อน

ขนิษฐา จันทร์ทร 21 มี.ค. 694 นาที21 มี.ค. 69

นักวิจัยเปลี่ยนขยะให้เป็นวัสดุดักจับก๊าซคาร์บอน ชูจุดเด่นต้นทุนต่ำและเป็นกุญแจสำคัญในการลดมลพิษทางอากาศและแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืน

ขนาดตัวอักษร

นักวิจัยเปลี่ยนขยะให้เป็นวัสดุดักจับก๊าซคาร์บอน ชูจุดเด่นต้นทุนต่ำและเป็นกุญแจสำคัญในการลดมลพิษทางอากาศและแก้ปัญหาโลกร้อนอย่างยั่งยืน

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธีเปลี่ยนขยะถุงมือยางใช้แล้วให้กลายเป็นวัสดุดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประสิทธิภาพสูง นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดวิกฤตขยะล้นโลก แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อนด้วยเทคโนโลยีหมุนเวียนทรัพยากรที่คุ้มค่าและยั่งยืนสำหรับอนาคตของมวลมนุษยชาติ

นวัตกรรมรีไซเคิลขยะสู่การปกป้องชั้นบรรยากาศ

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยอาร์ฮุส (Aarhus University) ประเทศเดนมาร์ก ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ ได้นำเสนอแนวคิดการเปลี่ยนขยะอย่างถุงมือยางไนไตรล์ (Nitrile Gloves) ให้กลายเป็นวัสดุดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Capture) โดยกระบวนการนี้อาศัยการนำขยะที่มักถูกส่งไปฝังกลบหรือเผาทำลาย มาผ่านกระบวนการทางเคมีที่เรียกว่าการเติมหมู่ฟังก์ชันทางเคมีเข้าไปในโครงสร้างของยาง เพื่อสร้างวัสดุใหม่ที่มีรูพรุนและมีความสามารถในการดักจับก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ นับเป็นก้าวสำคัญของการผสานวิทยาศาสตร์เคมีเข้ากับการจัดการขยะในระดับอุตสาหกรรม

จากขยะล้นโลกสู่วัสดุอัจฉริยะที่ใช้ซ้ำได้ไม่จำกัด

ปัญหาขยะจากถุงมือยาง มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งขยะเหล่านี้ย่อยสลายยากและสร้างมลพิษในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยได้พิสูจน์ให้เห็นว่า โครงสร้างพอลิเมอร์ในถุงมือยางมีศักยภาพในการแปรรูปเป็นคาร์บอนที่มีรูพรุนสูง (Porous Carbon) ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการเลือกจับเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากอากาศหรือก๊าซเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่สำคัญวัสดุที่ผลิตได้นี้ไม่ได้เป็นเพียงวัสดุใช้แล้วทิ้ง แต่ได้รับการออกแบบให้สามารถคายก๊าซที่ดักจับไว้ออกมาเพื่อนำไปกักเก็บหรือใช้ประโยชน์ต่อ และตัววัสดุเองก็สามารถนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้หลายรอบโดยไม่ลดประสิทธิภาพ

กลไกการดักจับ CO2 ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

จุดเด่นที่น่าสนใจของเทคโนโลยีนี้คือ "ความคุ้มค่า" เนื่องจากปัจจุบันวัสดุดักจับคาร์บอนส่วนใหญ่มักมีราคาสูงและใช้สารเคมีที่ซับซ้อน แต่การใช้ถุงมือยางเก่าเป็นวัตถุดิบช่วยลดต้นทุนการผลิตวัสดุดูดซับได้อย่างนัยสำคัญ กระบวนการแปรรูปจะเริ่มจากการเปลี่ยนยางให้เป็นถ่านชาร์ (Char) ผ่านความร้อนสูงในสภาวะที่จำกัดออกซิเจน จากนั้นจึงเพิ่มพื้นที่ผิวด้วยสารเคมีเพื่อให้มีความสามารถในการดูดซับก๊าซได้ดียิ่งขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือวัสดุที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่าวัสดุสังเคราะห์ราคาแพงในตลาด

เทคโนโลยีนี้ยังมีผลดีต่อผู้ประกอบการที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Net Zero) การเปลี่ยนขยะในสายการผลิตหรือจากสถานพยาบาลให้กลับมาเป็นเครื่องมือช่วยลดมลพิษ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ "เศรษฐกิจหมุนเวียน" (Circular Economy) ที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ วัสดุชนิดนี้มีความคงทนต่อสภาวะแวดล้อมที่หลากหลาย ทำให้สามารถนำไปติดตั้งในระบบกรองอากาศของโรงไฟฟ้าหรือโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ที่มีการปล่อยก๊าซ CO2 ปริมาณมากได้ทันที ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อชุมชนและช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างยั่งยืน

สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นผ่านอากาศบริสุทธิ์

ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์สูงสุดของงานวิจัยนี้ตกอยู่กับ "ผู้คนและสังคม" เพราะสามารถดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ตั้งแต่วงจรการผลิต เป็นการช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกและลดความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน นวัตกรรมนี้แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นขยะไร้ค่าและเป็นมลพิษ สามารถสร้างประโยชน์ด้วยการช่วยคืนสมดุลให้แก่ชั้นบรรยากาศได้ หากมีการสนับสนุนและต่อยอดเทคโนโลยีนี้สู่ระดับการใช้งานจริงในวงกว้าง จะสามารถลดปริมาณขยะพลาสติกและยางในมหาสมุทรพร้อมกับทำให้อากาศที่เราหายใจเข้าไปสะอาดขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพที่ดีขึ้นในระยะยาว

นวัตกรรมการเปลี่ยนถุงมือยางให้เป็นวัสดุดักจับคาร์บอน คือบทพิสูจน์ว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนวิกฤตขยะให้เป็นโอกาสในการกู้โลกได้จริง โดยการนำเอาของเสียจากอุตสาหกรรมสุขภาพมาหมุนเวียนสร้างคุณค่าใหม่ที่ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกด้วยต้นทุนที่ต่ำลงและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระของโลกในการจัดการขยะ แต่ยังเป็นการสร้างเกราะป้องกันมลพิษทางอากาศเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน นับเป็นความสำเร็จที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: Aarhus, iom3, earth, carboncapturemagazine
ที่มาภาพ: sciencedirect

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|8 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
    คืนลมหายใจให้โลก! เปลี่ยน "ถุงมือยาง" เป็นตัวจับคาร์บอน ลดปริมาณขยะและภาวะโลกร้อน | Thai PBS Sci & Tech