ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
MIT ค้นพบวิธีผลิตแอมโมเนียแบบใหม่ ใช้ความร้อนใต้พิภพ ลดการปล่อยคาร์บอน
เทคโนโลยี

MIT ค้นพบวิธีผลิตแอมโมเนียแบบใหม่ ใช้ความร้อนใต้พิภพ ลดการปล่อยคาร์บอน

Thai PBS Sci & Tech17 ก.พ. 682 นาที17 ก.พ. 68

ไม่ต้องใช้โรงงานเคมีที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไป เมื่อนักวิจัย MIT ค้นพบวิธีใหม่ในการผลิตแอมโมเนียโดยใช้พลังงานความร้อนและแรงดันใต้พิภพเป็นเครื่องปฏิกรณ์ทางเคมีแทน

ขนาดตัวอักษร

ไม่ต้องใช้โรงงานเคมีที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกต่อไป เมื่อนักวิจัย MIT ค้นพบวิธีใหม่ในการผลิตแอมโมเนียโดยใช้พลังงานความร้อนและแรงดันใต้พิภพเป็นเครื่องปฏิกรณ์ทางเคมีแทน

นักวิจัยจาก MIT ได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตแอมโมเนียแบบใหม่โดยใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพ แทนที่กระบวนการเดิมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก วิธีนี้ใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเพื่อแยกไฮโดรเจนจากน้ำและไนโตรเจนจากอากาศ ก่อนรวมเป็นแอมโมเนีย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลิตปุ๋ยเคมี เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน แต่ยังเหมาะสำหรับพื้นที่ห่างไกลที่มีแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ ซึ่งช่วยส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

แอมโมเนีย เป็นสารเคมีที่ถูกผลิตมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งวิธีการผลิตในปัจจุบันจะใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลประมาณร้อยละ 2 ของโลก ทำให้แอมโมเนียกลายเป็นแหล่งพลังงานที่สกปรก เพื่อเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิตให้แอมโมเนียเป็นพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น วิธีการที่ทีมนักวิจัยคิดค้นจึงใช้การฉีดน้ำเข้าไปใต้ดินในบริเวณที่มีหินใต้ผิวดินที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก น้ำจะนำพาไนโตรเจนและอนุภาคของตัวเร่งปฏิกิริยาโลหะไปด้วย ซึ่งกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่ออกซิไดซ์หินและเกิดแอมโมเนีย ทีมนักวิจัยเรียกกระบวนการนี้ว่า “แอมโมเนียทางธรณีวิทยา” โดยกระบวนการนี้ไม่ต้องใช้พลังงาน ไม่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

fx1_lrg.jpg
ภาพ 1 - ขั้นตอนการผลิตแอมโมเนียจากความร้อนใต้พิภพ

"โอลิวีน" เป็นหินที่มีธาตุเหล็กสูงและพบได้ตามธรรมชาติจึงเหมาะแก่การผลิต และนักวิจัยได้เพิ่มตัวเร่งปฏิกิริยาทองแดงและให้ความร้อนสูงถึง 300 องศาเซลเซียส เพื่อเลียนแบบอุณหภูมิที่พบใต้พื้นผิวโลกหลายไมล์ โดยพบว่าไนโตรเจนในน้ำทำปฏิกิริยากับเหล็กเพื่อสร้างไฮโดรเจนที่สะอาด ซึ่งจะทำปฏิกิริยากับไนโตรเจนเพื่อสร้างแอมโมเนีย กระบวนการดังกล่าวให้แอมโมเนีย 1.8 กิโลกรัมต่อโอลิวีน 1 ตัน

หินโอลิวีนพบได้ทั่วโลกจึงสามารถนำวิธีการดังกล่าวไปปรับใช้ได้ทั่วโลก ทั้งนี้กระบวนการที่นักวิจัยคิดค้นขึ้นนั้นยังเป็นเพียงการทดลองในห้องแล็บยังไม่ได้ทำการทดลองในโลกแห่งความเป็นจริง โดยตั้งเป้าว่าจะทำการทดลองวิธีการนี้ทั่วโลกภายใน 1 หรือ 2 ปีข้างหน้า

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: mit, newatlas, scitechdaily, ground, cell
ที่มาภาพ: mit, ภาพ 1
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|5 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    MIT ค้นพบวิธีผลิตแอมโมเนียแบบใหม่ ใช้ความร้อนใต้พิภพ ลดการปล่อยคาร์บอน | Thai PBS Sci & Tech