ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

กาแล็กซีแอนโดรเมดามีอัตราการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง

17 ส.ค. 695 นาที17 ส.ค. 69

ข้อมูลล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเผย กาแล็กซีแอนโดรเมดา (Andromeda Galaxy) กาแล็กซีเพื่อนบ้านของเรา มีอัตราการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 500 ล้านปีที่ผ่านมา

ขนาดตัวอักษร

ข้อมูลล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเผย กาแล็กซีแอนโดรเมดา (Andromeda Galaxy) กาแล็กซีเพื่อนบ้านของเรา มีอัตราการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 500 ล้านปีที่ผ่านมา และพบสถิติการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 40 ล้านปีล่าสุด

แอนโดรเมดาเป็นกาแล็กซีรูปทรงกังหันที่มีขนาดใกล้เคียงกับทางช้างเผือกของเรา อยู่ห่างจากโลกประมาณ 2.5 ล้านปีแสง ซึ่งในทางดาราศาสตร์ถือว่าอยู่ในระยะที่ใกล้มาก ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาประชากรดาวฤกษ์ได้อย่างใกล้ชิด และเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราเข้าใจวิวัฒนาการในอดีตของกาแล็กซีอื่น ๆ รวมถึงกาแล็กซีของเราเอง

กาแล็กซีแอนโดรเมดามีอัตราการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลของ NASA ได้เผยให้เห็นรายละเอียดของดาวฤกษ์นับล้านดวงในกาแล็กซีแอนโดรเมดา โดยบริเวณที่มีการก่อกำเนิดดาวฤกษ์เมื่อไม่นานมานี้ (1) จะปรากฏเป็นสีน้ำเงินอย่างเห็นได้ชัดเจน ภาพจาก Brody Wesner

จากการศึกษาล่าสุดที่ได้ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ The Astrophysical Journal ทีมนักวิจัยได้นำข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลมาตรวจวัดและจำแนกดาวฤกษ์เพื่อศึกษาวิวัฒนาการของกาแล็กซีได้มากถึง 200 ล้านดวง ข้อมูลดังกล่าวมาจากโครงการคลังภาพถ่ายกาแล็กซีแอนโดรเมดาทุกย่านแสงจากกล้องฮับเบิล (Panchromatic Hubble Andromeda Treasury) และคลังภาพถ่ายกาแล็กซีแอนโดรเมดาซีกใต้ทุกย่านแสงจากกล้องฮับเบิล (Panchromatic Hubble Andromeda Southern Treasury) ซึ่งข้อมูลจากทั้งสองโครงการถูกนำมาสร้างแผนที่รายละเอียดสูง ครอบคลุมพื้นที่ถึง 2 ใน 3 ของแอนโดรเมนดา

ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นลำดับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เมื่อประมาณสองพันล้านปีก่อน แอนโดรเมดาเคยเกิดปรากฏการณ์การก่อตัวของดาวฤกษ์จำนวนมากมายมหาศาล (starburst) ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากการมีปฏิสัมพันธ์หรือควบรวมกับกาแล็กซีอื่น ทำให้แรงโน้มถ่วงและแรงดันผลักก๊าซภายในกาแล็กซีให้รวมกันเป็นดาวฤกษ์เป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวได้ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา นักดาราศาสตร์วัดอัตราการเกิดดาวฤกษ์โดยใช้หน่วย "มวลดวงอาทิตย์ต่อปี" (solar mass per year) โดยวัดปริมาณก๊าซและฝุ่นที่เปลี่ยนไปเป็นดาวฤกษ์เทียบเท่ามวลของดวงอาทิตย์ จากการคำนวณพบว่า เมื่อ 500 ล้านปีก่อน แอนโดรเมดามีอัตราการสร้างดาวฤกษ์อยู่ที่หนึ่งมวลดวงอาทิตย์ต่อปี แต่หลังจากนั้น เมื่อ 40 ล้านปีก่อน อัตราดังกล่าวลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของอัตราเมื่อ 500 ล้านปีก่อน และในปัจจุบัน อัตราการสร้างดาวฤกษ์ลดลงเหลือเพียงประมาณหนึ่งในห้าของมวลดวงอาทิตย์ต่อปีเท่านั้น

กาแล็กซีแอนโดรเมดามีอัตราการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ภาพถ่ายของกาแล็กซีแอนโดรเมดา ภาพจาก Brody Wesner

ทีมงานยังได้ตรวจสอบว่าการลดลงดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งกาแล็กซีหรือกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่บางส่วน และพบว่าการก่อตัวของดาวฤกษ์เมื่อไม่นานมานี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในวงแหวนก่อกำเนิดดาวฤกษ์ (star-forming ring) ซึ่งอยู่ห่างจากใจกลางกาแล็กซีประมาณ 32,000 ปีแสง ด้วยเหตุนี้ การลดลงส่วนใหญ่ที่วัดได้จึงเป็นผลมาจากกิจกรรมที่ลดลงภายในวงแหวนดังกล่าวแทนที่จะเป็นผลมาจากปริมาณสสารในการสร้างดาวฤกษ์ใหม่ลดลง การชะลอตัวนี้น่าจะเป็นการผ่อนแรงตามธรรมชาติจากสภาวะที่เคยมีความตื่นตัวมากกว่าในอดีตที่อาจจะเกิดจากการชนกันกับกาแล็กซีอื่นหรือกิจกรรมอื่น ๆ

หัวหน้าทีมวิจัย โทบิน ไวเนอร์ (Tobin Wainer) จากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน ได้กล่าวว่าพฤติกรรมของกาแล็กซีแอนโดรเมนดานั้น “เหมือนกับหลังจากการวิ่งมาราธอน ที่บางครั้งเราก็ต้องหยุดพักหายใจบ้าง”

กิจกรรมที่ลดลงของแอนโดรเมนดานั้นถึงแม้ว่าอาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่ถึงอย่างนั้นนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่ปักใจเชื่อและได้สำรวจไปยังกาแล็กซีใกล้เคียงของแอนโดรเมดาด้วย นั่นก็คือ M32 (Messier 32)

กาแล็กซี M32 อยู่ห่างจากแอนโดรเมดาประมาณ 16,000 ปีแสงบนระนาบท้องฟ้า แต่เรายังไม่ทราบตำแหน่งสามมิติในอวกาศอย่างแน่ชัด ด้วยเหตุนี้ นักดาราศาสตร์จึงยังไม่แน่ใจว่า M32 เคยมีปฏิสัมพันธ์กับแอนโดรเมดาในอดีตหรือไม่ และเมื่อใด

สาเหตุที่นักดาราศาสตร์สนใจกาแล็กซีแห่งนี้ ไม่ใช่เพราะแค่ระยะห่างที่อยู่ไม่ไกลจากแอนโดรเมดา แต่ยังพบอีกว่าอัตราการเกิดของดาวฤกษ์ภายใน M32 เริ่มลดลงเมื่อ 60 ล้านปีก่อน ซึ่งสิ่งนี้อาจจะช่วยตีกรอบเวลาได้ว่ากาแล็กซี M32 มีปฏิสัมพันธ์กับจานดาราจักรของแอนโดรเมดาเมื่อใด แม้จะยังไม่เข้าใจถ่องแท้ แต่หลักฐานต่าง ๆ ชี้ว่า M32 อาจเป็นตัวการที่ทำให้แอนโดรเมดาสร้างดาวฤกษ์ได้น้อยลง

ทีมงานวางแผนที่จะวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องฮับเบิลต่อไป และนำไปรวมกับข้อมูลจากหอดูดาวภาคพื้นดิน เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับอดีตของแอนโดรเมดา

กาแล็กซีแอนโดรเมดามีอัตราการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ภาพถ่ายของกาแล็กซีแอนโดรเมดา ภาพจาก Brody Wesner

แม้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลจะให้ข้อมูลที่มีคุณค่ามหาศาล แต่นักดาราศาสตร์ยังคงมองไปข้างหน้าเพื่อไขความลับที่ซ่อนอยู่ ในอนาคตอันใกล้ องค์การนาซามีแผนจะใช้งานกล้องโทรทรรศน์อวกาศแนนซี เกรซ โรมัน (Nancy Grace Roman Space Telescope) ซึ่งมีเทคโนโลยีภาพถ่ายรังสีอินฟราเรดใกล้ (near-infrared) และมีขอบเขตการมองเห็น (field of view) กว้างกว่าฮับเบิลถึง 100 เท่าในการสังเกตการณ์เพียงครั้งเดียว

โครงการที่ได้รับการอนุมัติแล้วของกล้องโรมัน จะทำหน้าที่บันทึกภาพจานดาราจักรของแอนโดรเมดาทั้งหมด รวมถึงพื้นที่รอบนอกที่เรียกว่าฮาโล (halo) ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยตรวจวัดดาวฤกษ์ได้อีกหลายร้อยล้านดวง และปูทางไปสู่ความเข้าใจใหม่ ๆ ทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้นในอนาคต


เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : NASA


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|14 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|16 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

อุปกรณ์ราวม่านอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับเปลี่ยนแสงในบ้านอัตโนมัติตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนและคำสั่งเสียง โดยไม่ต้องเจาะผนังหรือเดินสายไฟให้ยุ่งยาก

13 ต.ค. 69|18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุดวิทยาศาสตร์

ใช้ร่างกายเป็นเครือข่าย! เซนเซอร์ขนาด 3 มม. เชื่อมอุปกรณ์ ช่วยตรวจ-รักษาเฉพาะจุด

13 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ลูกเรือ Crew-12 กลับถึงโลกปลอดภัย! ปิดฉากภารกิจในอวกาศ 237 วันอวกาศ

ลูกเรือ Crew-12 กลับถึงโลกปลอดภัย! ปิดฉากภารกิจในอวกาศ 237 วัน

09 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
รู้จัก 2 ภาพจาก Google Doodle ต้อนรับสัปดาห์อวกาศโลก 2026อวกาศ

รู้จัก 2 ภาพจาก Google Doodle ต้อนรับสัปดาห์อวกาศโลก 2026

08 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
อวกาศอาจเป็นทางออก ! เมื่อพลังงานจากโลกไม่พอใช้ จนหลายชาติเล็งผลิตไฟฟ้านอกโลกอวกาศ

อวกาศอาจเป็นทางออก ! เมื่อพลังงานจากโลกไม่พอใช้ จนหลายชาติเล็งผลิตไฟฟ้านอกโลก

07 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
นาซาพบหลุมอุกกาบาตเกิดใหม่บนดวงจันทร์ ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกได้อวกาศ

นาซาพบหลุมอุกกาบาตเกิดใหม่บนดวงจันทร์ ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกได้

06 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ย้ายกล้องไปบนดวงจันทร์? นักวิทย์แห่เสนอภารกิจใหม่ หนีมลภาวะทางแสงจากบนโลกอวกาศ

ย้ายกล้องไปบนดวงจันทร์? นักวิทย์แห่เสนอภารกิจใหม่ หนีมลภาวะทางแสงจากบนโลก

03 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
ดวงจันทร์กับน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อ “แรงไทดัล” ส่งผลต่อน้ำขึ้น-น้ำลงอวกาศ

ดวงจันทร์กับน้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อ “แรงไทดัล” ส่งผลต่อน้ำขึ้น-น้ำลง

02 ต.ค. 69
อ่านต่อ →
SpaceX ปล่อย Starship ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จครั้งแรก ปล่อยดาวเทียม Starlink 26 ดวงอวกาศ

SpaceX ปล่อย Starship ขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จครั้งแรก ปล่อยดาวเทียม Starlink 26 ดวง

29 ก.ย. 69
อ่านต่อ →