ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
จีนปล่อยจรวดแบบ Sea Launch “ไทย” ได้ประโยชน์อย่างไร ?
อวกาศ

จีนปล่อยจรวดแบบ Sea Launch “ไทย” ได้ประโยชน์อย่างไร ?

จิราภพ ทวีสูงส่ง09 ก.พ. 674 นาที09 ก.พ. 67

ปกติเรามักได้ยินข่าวปล่อยจรวดบนพื้นดิน แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา “จีน” ได้ทำการปล่อยจรวดแบบ Sea Launch โดยการใช้พื้นที่ส่งจรวดจากฐานทางทะเล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับระบบขนส่งอวกาศ ซึ่งจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง Thai PBS Sci & Tech คัดสรรเรื่องราวมาให้แล้ว

ขนาดตัวอักษร

ปกติเรามักได้ยินข่าวปล่อยจรวดบนพื้นดิน แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา “จีน” ได้ทำการปล่อยจรวดแบบ Sea Launch โดยการใช้พื้นที่ส่งจรวดจากฐานทางทะเล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับระบบขนส่งอวกาศ ซึ่งจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง Thai PBS Sci & Tech คัดสรรเรื่องราวมาให้แล้ว

เมื่อวันที่ 2-3 ก.พ. 67 China Great Wall Industry Corporation (CGWIC) และ China Academy of Launch Vehicle Technology (CALT) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้ China Aerospace Science and Technology Corporation (CASC) รัฐวิสาหกิจด้านอวกาศขนาดใหญ่ของจีน ได้เชิญคณะผู้เชี่ยวชาญของ GISTDA ร่วมพิธีการปล่อยจรวดในรูปแบบ Sea Launch ณ เมือง Yangjian มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน

จีนปล่อยจรวดแบบ Sea Launch ภาพ GISTDA

การปล่อยจรวดแบบ Sea Launch เป็นรูปแบบการขนส่งจรวดโดยใช้พื้นที่ส่งจรวดจากฐานทางทะเล ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ เพื่อหาตำแหน่งส่งจรวดที่เหมาะสมได้ยืดหยุ่นกว่าการส่งจรวดจากแผ่นดิน นับว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับระบบขนส่งอวกาศ ฝ่ายจีนแจ้งว่าการส่งจรวดครั้งนี้ ได้ติดตั้งดาวเทียมภายในจรวดเรียบร้อยแล้วและใช้ฐานส่งนี้ขนส่งจรวดมาจากศูนย์ประกอบ จุดเด่นของฐานส่งจรวดทางทะเลคือ มีเสถียรภาพสูง สามารถเคลื่อนย้ายออกไปส่งจรวดนอกฝั่งได้ไกล (ครั้งนี้อยู่ที่ระยะประมาณ 6-8 กิโลเมตรจากแผ่นดินใหญ่) โดยในอนาคตจีนจะขยายการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรค้างฟ้า (Geostationary Transfer Orbit, GTO) จากฐานส่งจรวดทางทะเลด้วยเช่นกัน 

ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายจีนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันจีนยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายจรวดออกไปส่งนอกประเทศได้ ด้วยข้อจำกัดจากระบอบควบคุมเทคโนโลยีขีปนาวุธ (Missile Technology Control Regime, MTCR) ที่ควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูงและวัสดุอุปกรณ์ที่อาจนำไปใช้ในการพัฒนาขีปนาวุธ ซึ่งจีนเคารพและปฏิบัติตามกรอบดังกล่าวแม้จะไม่ใช่ชาติสมาชิกก็ตาม ซึ่งการปล่อยจรวดของจีนในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สามารถส่งดาวเทียมจำนวน 9 ดวง ขึ้นสู่วงโคจรได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย

ในโอกาสนี้ ผู้เชี่ยวชาญของ GISTDA ยังได้หารือความร่วมมือกับผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของ CGWIC, CALT และมีอัครราชทูตที่ปรึกษา ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง เข้าร่วมการประชุมเพื่อติดตามและผลักดันความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างไทยและจีนด้วย 

โดยทั้งสองฝ่าย (ไทย-จีน) เห็นพ้องและมีความประสงค์ผลักดันความร่วมมือในอนาคตสำหรับประเด็นการร่วมวิจัยและพัฒนาดาวเทียม (สำรวจทรัพยากร) / การส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากระบบดาวเทียมนำทางของจีน (Beidou) / การให้บริการท่าอวกาศยาน (Spaceport) ประเภทต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินการของ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) และพันธมิตรในการศึกษาเพิ่มเติมอีกมิตินอกเหนือจากการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งท่าอวกาศยานภาคพื้นดินในประเทศไทยอีกด้วย

อนึ่ง การขับเคลื่อน “อุตสาหกรรมอวกาศ” จำเป็นต้องมีการเชื่อมโยงและมีความสัมพันธ์อันดีกับเครือข่ายทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อสร้างความเข้มแข็งและความราบรื่นในการดำเนินงาน และจะส่งผลต่อการขับเคลื่อนภารกิจและส่งเสริม New Space Economy ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยตลอดจนภูมิภาคอาเซียน ดังนั้นการรักษาความสัมพันธ์และการพัฒนาต่อยอดความร่วมมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ 

ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนก็เป็นหนึ่งใน strategic partners ที่สำคัญของไทยและมีความร่วมมือด้านอวกาศที่ประสบความสำเร็จร่วมกันมาอย่างยาวนาน อาทิ การมีบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านอวกาศกับสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (China National Space Administration, CNSA) / การดำเนินหลักสูตรการศึกษานานาชาติร่วมระดับปริญญาโทด้านภูมิสารสนเทศ (SCGI Master Program) / การร่วมวิจัยและพัฒนาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อสังคมและเศรษฐกิจ / การจัดตั้งสถานีรับสัญญาณภาพถ่ายดาวเทียมและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากข้อมูลในภูมิภาค / การสร้างความตระหนักด้านกิจการอวกาศ เป็นต้น การร่วมพิธีและหารือในครั้งนี้เป็นการเน้นย้ำความสัมพันธ์ไทย-จีน ด้านภารกิจอวกาศที่จะต่อยอดไปสู่การยกระดับการพัฒนาประเทศและภูมิภาคด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงจาก “อวกาศ” ต่อไป

📌อ่าน : อนาคตอาจปล่อยจรวดได้ทุกที่บนโลก “ไทย” ต้องเริ่มพัฒนา “โครงการอวกาศ” ตั้งแต่ตอนนี้

🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS 

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|7 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|23 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    จีนปล่อยจรวดแบบ Sea Launch “ไทย” ได้ประโยชน์อย่างไร ? | Thai PBS Sci & Tech