ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

โครงสร้างตึกเลียนแบบ "ฟองน้ำทะเล" ใช้วัสดุน้อยและรับแรงกระแทกได้ดี

01 เม.ย. 682 นาที01 เม.ย. 68

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย RMIT ในประเทศออสเตรเลีย ได้พัฒนาโครงสร้างอาคารแบบใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "ฟองน้ำทะเล" มีความแข็งแรง และยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับงานออกแบบอาคารในพื้นที่เสี่ยงภัย

ขนาดตัวอักษร

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย RMIT ในประเทศออสเตรเลีย ได้พัฒนาโครงสร้างอาคารแบบใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก "ฟองน้ำทะเล" มีความแข็งแรง และยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับงานออกแบบอาคารในพื้นที่เสี่ยงภัย

นักวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรอยัลเมลเบิร์น (Royal Melbourne Institute of Technology) หรือ RMIT ได้พัฒนาโครงสร้างอาคารแบบใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงกระดูกของฟองน้ำทะเลสายพันธุ์ Euplectella Aspergillum ซึ่งช่วยให้การก่อสร้างใช้วัสดุน้อยลงแต่ยังคงความแข็งแรงและทนทานต่อแรงกระแทกได้ดียิ่งขึ้น

โครงกระดูกของฟองน้ำทะเลชนิดนี้มีลักษณะเป็นโครงตาข่ายซึ่งสามารถกระจายแรงและลดแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมวิจัยได้ศึกษารูปแบบโครงสร้างดังกล่าวและนำมาประยุกต์ใช้กับการออกแบบอาคารโดยอาศัยหลักการเดียวกัน ผลที่ได้คือโครงสร้างสามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้นแต่ใช้วัสดุน้อยลงถึง 20% เมื่อเทียบกับโครงสร้างทั่วไป งานวิจัยนี้ได้เผยแพร่ในวารสาร Materials & Design พบว่าการจัดเรียงวัสดุลักษณะนี้ช่วยลดแรงกดดันที่กระทำต่ออาคารเมื่อเกิดแผ่นดินไหวหรือแรงกระแทกอื่น ๆ ทำให้มีความปลอดภัยสูงขึ้น

นักวิจัยได้ใช้การพิมพ์ 3 มิติเพื่อสร้างแบบจำลองของโครงสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟองน้ำทะเล และพบว่าแบบจำลองนี้สามารถรองรับแรงกดดันได้มากกว่าวัสดุแบบเดิมหลายเท่า แม้จะใช้ปริมาณวัสดุน้อยกว่า จึงเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยลดการปล่อยคาร์บอนจากอุตสาหกรรมก่อสร้าง

โครงสร้างจากฟองน้ำทะเลนี้ยังสามารถนำไปใช้งานกับวัสดุต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโลหะ ไม้ หรือคอนกรีต ทำให้สามารถนำไปใช้ได้กับงานก่อสร้างที่หลากหลาย ตั้งแต่สะพาน อาคารสูง ไปจนถึงโครงสร้างทางวิศวกรรมที่ต้องการความแข็งแรงเป็นพิเศษ เช่น อุโมงค์หรือสถานีอวกาศ ทีมวิจัยยังคาดว่าแนวคิดนี้อาจช่วยออกแบบอาคารให้มีความทนทานต่อภัยธรรมชาติต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

การเรียนรู้จากธรรมชาติสามารถนำมาสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูงและส่งผลดีในระยะยาว โครงสร้างที่ได้รับแรงบันดาลใจจากฟองน้ำทะเลไม่เพียงช่วยลดต้นทุนและทรัพยากรที่ใช้ในการก่อสร้าง แต่ยังสามารถเพิ่มความปลอดภัยของอาคารและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย หากเทคโนโลยีนี้ถูกนำไปใช้ในระดับอุตสาหกรรม อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้การก่อสร้างมีความยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: rmit, imeche, climatecontrolnews, newatlas
ที่มาภาพ: rmit
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลกAI

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 เล็กน้อยเป็น 3.1% จากเดิม 3.0% เตือนงานทั่วโลกประมาณ 40% จะได้รับผลกระทบจาก AI

14 ต.ค. 69|18 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

อุปกรณ์ราวม่านอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับเปลี่ยนแสงในบ้านอัตโนมัติตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนและคำสั่งเสียง โดยไม่ต้องเจาะผนังหรือเดินสายไฟให้ยุ่งยาก

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →