ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

หาก “โลกร้อน” ถึง 1.5 องศาฯ และ 2.0 องศาฯ จะเกิดอะไรขึ้น?

07 ส.ค. 683 นาที07 ส.ค. 68

จาก “สภาพอากาศ” ที่แปรปรวนป่วนปั่นในปีนี้ ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ “โลกร้อน” สู่คำถามอันน่าสนใจว่าแล้วจะเกิดขึ้นหาก “โลกร้อน” ถึง 1.5 องศาเซลเซียส และ 2.0 องศาเซลเซียสตามลำดับ

ขนาดตัวอักษร

จาก “สภาพอากาศ” ที่แปรปรวนป่วนปั่นในปีนี้ ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือ “โลกร้อน” สู่คำถามอันน่าสนใจว่าแล้วจะเกิดขึ้นหาก “โลกร้อน” ถึง 1.5 องศาเซลเซียส และ 2.0 องศาเซลเซียสตามลำดับ ไปฟังการคาดการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกัน

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat ไว้ 5 ข้อดังนี้ว่า

1. พ.ศ. 2567 ถือเป็นปีที่มีอากาศร้อนที่สุดในโลกเท่าที่เคยบันทึกไว้ เนื่องจากเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างสุดขั้วเป็นสาเหตุหลัก นอกจากนี้ปี 2567 ยังเป็นปีแรกที่อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

2. ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่ออุณหภูมิเกิน 1.5 องศาเซลเซียส

2.1 สภาพอากาศจะรุนแรงและเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น เช่น เกิดคลื่นความร้อนและฝนตกหนัก

2.2 เกิดการละลายอย่างรวดเร็วของธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งส่งผลให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

2.3 เกิดการหดตัวของน้ำแข็งในทะเลอาร์กติก

2.4 มหาสมุทรที่อุ่นขึ้น ทำให้เกิดพายุบ่อยขึ้นรุนแรงขึ้นและความร้อนของน้ำทะเลจะเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลเนื่องจากระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง

2.5 เกิดการพังทลายของแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์ กระแสน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกอุ่นขึ้นและเกิดการสูญเสียป่าฝนแอมะซอน (Amazon) เพิ่มเติม

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อผู้คนและเศรษฐกิจทั่วโลกแล้วดังเช่นในปี 2022 พื้นที่บางส่วนของแอฟริกาตะวันออกประสบภัยแล้งครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 40 ปีส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 20 ล้านคนเสี่ยงต่อความหิวโหยอย่างรุนแรง

หาก “โลกร้อน” ถึง 1.5 องศาฯ และ 2.0 องศาฯ จะเกิดอะไรขึ้น?

3. นับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มต้นขึ้น มนุษย์ได้เริ่มเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลในปริมาณมากทำให้มีปริมาณ CO2 ในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นมากกว่า 50% ในปี 2567 ซึ่งสูงกว่าระดับที่เคยพบเห็นในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของโลกมาก

งานวิจัยพบว่า CO2 ที่ปล่อยออกมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล มีลักษณะทางเคมีที่โดดเด่นซึ่งตรงกับชนิดของ CO2 ที่พบมากขึ้นในชั้นบรรยากาศ

4. โอกาสที่อุณหภูมิโลกจะสูงเกิน 2.0 องศาเซลเซียสภายในปี 2050 มีอยู่สูงมาก หากโลกยังคงปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับเท่ากับปัจจุบันหรือเพิ่มขึ้น

สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดคือประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันดับ 2 ของโลกได้ถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Agreement) โดยจะใช้พลังงานจากฟอสซิลเพิ่มขึ้น

หาก “โลกร้อน” ถึง 1.5 องศาฯ และ 2.0 องศาฯ จะเกิดอะไรขึ้น?

5. มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่าหากภาวะโลกร้อนขึ้นถึง 2 องศาเซลเซียสหรือมากกว่านั้นจะส่งผลกระทบต่อโลกอย่างรุนแรงมาก ได้แก่

5.1 คนจำนวนมากจะต้องเผชิญ กับอากาศที่ร้อนจัดบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้น

5.2 ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นเนื่องจากธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งละลาย เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกบางแห่งอาจจะหายไป และอาจจะเกิดการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงในประเทศริมทะเล โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นต้น

5.3 ความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารจะเพิ่มมากขึ้นในบางภูมิภาค เนื่องจากสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นอาจเกิดความแห้งแล้งอย่างสุดขั้วและอาจเกิดฝนตกหนักอย่างสุดขั้วในบางพื้นที่

5.4 มีโอกาสที่จะเกิดเชื้อโรคที่ไวต่อสภาพอากาศบางชนิดแพร่กระจายไปทุกพื้นที่ เช่น ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย สูงขึ้น

5.5 สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใหม่กำลังถูกคุกคามจนสูญพันธุ์ เนื่องจากระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลง

5.6 เกิดการสูญเสียแนวปะการังเกือบทั้งหมด


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

หุ่นยนต์บินจิ๋ว MIT: เมื่อ AI ทำให้เครื่องจักรขนาดเท่าแมลงบินได้เร็วขึ้น 450%เทคโนโลยี

หุ่นยนต์บินจิ๋ว MIT: เมื่อ AI ทำให้เครื่องจักรขนาดเท่าแมลงบินได้เร็วขึ้น 450%

ลองนึกภาพในอนาคต เมื่ออาคารถล่มจากแผ่นดินไหว ซากคอนกรีตทับซ้อนกันจนไม่มีช่องให้คนหรือโดรนกู้ภัยเข้าไปได้ การค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังเป็นสิ่งที่ยากลำบาก

15 ต.ค. 69|2 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลกAI

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 เล็กน้อยเป็น 3.1% จากเดิม 3.0% เตือนงานทั่วโลกประมาณ 40% จะได้รับผลกระทบจาก AI

14 ต.ค. 69|21 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →