ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

อีก 5 ปีข้างหน้าจาก “โลกร้อน” สู่ “โลกเดือด” และสภาวะโลกรวนกำลังตามมา

23 มิ.ย. 684 นาที23 มิ.ย. 68

“โลกร้อน” ทำให้ “สภาพอากาศ” ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างสัมผัสได้ แล้วหากอีก 5 ปีข้างหน้า กลายเป็น “โลกเดือด” ซึ่งมาพร้อมกับ “สภาวะโลกรวน” โลกกำลังจะเผชิญกับอะไรบ้าง ตามมาหาคำตอบได้จากคอนเทนต์นี้

ขนาดตัวอักษร

“โลกร้อน” ทำให้ “สภาพอากาศ” ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างสัมผัสได้ แล้วหากอีก 5 ปีข้างหน้า กลายเป็น “โลกเดือด” ซึ่งมาพร้อมกับ “สภาวะโลกรวน” โลกกำลังจะเผชิญกับอะไรบ้าง ตามมาหาคำตอบได้จากคอนเทนต์นี้

โดยในเรื่องนี้ ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย ได้ให้ความรู้ผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat 4 ข้อดังนี้ว่า

อีก 5 ปีข้างหน้าจาก “โลกร้อน” สู่ “โลกเดือด” และสภาวะโลกรวนกำลังตามมา

1. รายงานการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) 

โดยทุกปีจะมีการประชุมเพื่อคาดการณ์และปรับปรุงข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกหรือที่เรียกว่า “WMO Climate Update” ซึ่ง WMO ได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำเพื่อคาดการณ์แนวโน้มสภาพภูมิอากาศในอีก 5 ปีข้างหน้า เป็นการอัปเดตใหม่ประจำปี 2025 - 2029 ซึ่งเพิ่งเผยแพร่ไป และเป็นหนึ่งในการอัปเดตที่น่าตกใจที่สุด

2. การคาดการณ์สภาพอากาศที่สำคัญปี 2025 - 2029 ระบุดังนี้

     2.1 มีความเป็นไปได้ถึง 80% อย่างน้อยหนึ่งปีระหว่างปี 2025 - 2029 จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โดยจะแซงหน้าปี 2024 ที่อุณหภูมิในเดือนเมษายน 2024 ในพื้นที่เอเชียใต้บางเมือง สูงขึ้นไปถึง 52 องศาเซลเซียส

     2.2 มีโอกาสถึง 86% ที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นเกิน 1.5องศาเซลเซียส เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม (ช่วงระหว่าง พ.ศ. 2393 - พ.ศ. 2443) อย่างน้อยหนึ่งปี

     2.3 มีโอกาสถึงร้อยละ 70 ที่อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้ง 5 ปีจะเกิน 1.5 องศาเซลเซียสด้วย

     2.4 ในแต่ละปี อุณหภูมิอาจเพิ่มขึ้นระหว่าง 1.2 - 1.9 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม

อีก 5 ปีข้างหน้าจาก “โลกร้อน” สู่ “โลกเดือด” และสภาวะโลกรวนกำลังตามมา

3. ความเสี่ยงมีอะไรบ้าง ?

สิ่งที่โลกกำลังเผชิญ :

     3.1. สภาพอากาศรุนแรงมากขึ้น : อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นคาดว่าจะทำให้สภาพอากาศแปรปรวนมากขึ้นกว่าก่อนปี 2025 ทำให้เกิดคลื่นความร้อนบ่อยครั้ง, พายุจะเกิดถี่และรุนแรงมากขึ้น, จะเกิดภัยแล้งยาวนาน รวมทั้งฤดูฝนจะมีฝนจะตกหนักมากกว่าปกติจนเกิดน้ำท่วมได้

     3.2 ผลกระทบต่ออาหารและน้ำ : เมื่อปริมาณน้ำฝนไม่แน่นอนและอุณหภูมิยังคงสูงขึ้น พืชผลจะได้รับผลกระทบ น้ำเริ่มขาดแคลน และความมั่นคงด้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะในภูมิภาคที่เปราะบางอยู่แล้ว

     3.3 พื้นที่อาร์กติกขั้วโลกเหนือกำลังร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว : ส่วนที่น่าตกใจที่สุดประการหนึ่งของการพยากรณ์คืออัตราการอุ่นขึ้นของพื้นที่อาร์กติกขั้วโลกเหนือ ซึ่งคาดว่าจะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงสามเท่าในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิที่ผิดปกติอาจสูงถึง 2.4 องศาเซลเซียสจากปกติ ส่งผลให้น้ำแข็งในทะเลละลายเร็วขึ้นและส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศทั่วโลก

     3.4 ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่เท่าเทียมกันทั่วโลก ตามรายงานระบุว่า : พื้นที่เช่นยุโรปตอนเหนือ ไซบีเรียตอนเหนือ อลาสกา และซาเฮล มีแนวโน้มที่จะมีฝนตกมากขึ้น ในทางกลับกันบางภูมิภาค เช่น พื้นที่แอมะซอนอาจได้รับผลกระทบจากปริมาณฝนที่ลดลง ส่งผลให้ป่าเสื่อมโทรมและสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

4. โลกสามารถทำอะไรได้บ้าง ?

4.1 มาตรการสำหรับรัฐบาลผู้กำหนดนโยบาย

     - ปรับปรุงกลยุทธ์ด้านภูมิอากาศและปรับแผนปฏิบัติการระดับชาติ ให้สอดคล้องกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุด

     - เพิ่มการลงทุนในแหล่งพลังงานสะอาด เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานน้ำ

     - สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติและสภาพอากาศที่รุนแรง เช่น ภัยจากน้ำทะเลสูงขึ้นเกิดน้ำท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง การเกิดพายุรุนแรงขึ้น เป็นต้น

4.2 มาตรการสำหรับประชาชนทั่วไป

     - ลดการใช้พลังงานโดยปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ ใช้แสงสว่างที่มีประสิทธิภาพ และเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะให้มากที่สุด

     - สนับสนุนบริษัทและแบรนด์ที่ดำเนินการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

     - มีส่วนร่วมในระดับท้องถิ่น ใช้สิทธิ์ลงคะแนน และยืนหยัดเพื่อนโยบายที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะต้องร่วมลดดลกร้อนอย่างเป็นจริงจัง - เป็นรูปธรรม ก่อนที่ปัญหาจะสายเกินแก้


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : WMO, ดร.สนธิ คชวัฒน์

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

หุ่นยนต์บินจิ๋ว MIT: เมื่อ AI ทำให้เครื่องจักรขนาดเท่าแมลงบินได้เร็วขึ้น 450%เทคโนโลยี

หุ่นยนต์บินจิ๋ว MIT: เมื่อ AI ทำให้เครื่องจักรขนาดเท่าแมลงบินได้เร็วขึ้น 450%

ลองนึกภาพในอนาคต เมื่ออาคารถล่มจากแผ่นดินไหว ซากคอนกรีตทับซ้อนกันจนไม่มีช่องให้คนหรือโดรนกู้ภัยเข้าไปได้ การค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังเป็นสิ่งที่ยากลำบาก

15 ต.ค. 69|3 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลกAI

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 เล็กน้อยเป็น 3.1% จากเดิม 3.0% เตือนงานทั่วโลกประมาณ 40% จะได้รับผลกระทบจาก AI

14 ต.ค. 69|23 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →