ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

รู้จัก Glioblastoma มะเร็งสมองที่ดุที่สุดและรักษาไม่หายขาด

06 ธ.ค. 685 นาที06 ธ.ค. 68

Glioblastoma เกิดขึ้นใน 15% ของผู้ป่วยมะเร็งสมองทั้งหมด มะเร็งชนิดนี้มีความรุนแรงและไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด

ขนาดตัวอักษร

Glioblastoma เกิดขึ้นใน 15% ของผู้ป่วยมะเร็งสมองทั้งหมด มะเร็งชนิดนี้มีความรุนแรงและไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด การผ่าตัด เคมีบำบัด และการฉายรังสี ทำได้เพียงยืดชีวิตของผู้ป่วยไปได้อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในกรณีของการผ่าตัด แม้จะนำชิ้นเนื้อมะเร็งออกไปได้เกือบหมดตามด้วยการรักษาหลังการผ่าตัด มะเร็งจะกลับมาแทบทุกครั้ง (Recurrent)

รู้จัก Glioblastoma มะเร็งสมองที่ดุที่สุดและรักษาไม่หายขาด

Glioblastoma มักเกิดในผู้สูงอายุโดยมีอายุเฉลี่ยเมื่อรับการวินิจฉัยอยู่ที่ประมาณ 64 ปี

เกิดขึ้นในประชากรประมาณ 3 คนต่อ 100,000 คนต่อปี และเกิดในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ปัจจัยเสี่ยงของ Glioblastoma นั้นไม่ชัดเจน แต่โดยรวมมาจากการสัมผัสกับสารก่อมะเร็ง เช่น การสูบบุหรี่ การสัมผัสกับยาฆ่าแมลง รวมถึงการได้รับรังสีจากการทำ CT Scan หรือการฉายรังสี

ผู้ป่วย Glioblastoma เมื่อได้รับการวินิจฉัยแล้วมักมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกเพียงประมาณหนึ่งปี ในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดและการฉายรังสีจะมีอัตราการรอดชีวิตประมาณ 10 เดือน ขณะที่หากรับยาเคมีบำบัดด้วยจะมีอัตราการรอดชีวิตประมาณ 15 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะของมะเร็งเมื่อได้รับการวินิจฉัยและความเป็นไปได้ในการผ่าตัด หากมะเร็งอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ อัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วยก็อาจจะสั้นกว่าอัตราการรอดชีวิตเฉลี่ยได้

รู้จัก Glioblastoma มะเร็งสมองที่ดุที่สุดและรักษาไม่หายขาด

อาการจากมะเร็ง Glioblastoma

มักเกิดขึ้นเมื่อขนาดของก้อนมะเร็งใหญ่จนกดทับสมองส่วนอื่น จึงเกิดอาการทางประสาท เช่น ชัก ปวดหัว เวียนหัว อาเจียน สูญเสียความจำ และอารมณ์แปรปรวน

การวินิจฉัยเบื้องต้นทำได้ด้วยการทำ CT Scan หรือ MRI ซึ่งอาจแสดงให้เห็นถึงก้อนเนื้อที่มีลักษณะสัณฐานผิดปกติในสมอง บ่งชี้ว่าเป็นก้อนเนื้องอกหรือก้อนมะเร็ง จากนั้นจึงตามด้วยการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจเพื่อยืนยันชนิดของมะเร็งและระบุระยะของมะเร็ง มะเร็ง Glioblastoma มีลักษณะคล้ายกับ High-grade Astrocytoma ซึ่งเป็นมะเร็งสมองอีกชนิดหนึ่ง แต่มีวิธีการรักษาแตกต่างกับ Glioblastoma

รู้จัก Glioblastoma มะเร็งสมองที่ดุที่สุดและรักษาไม่หายขาด

การรักษา Glioblastoma

ขั้นตอนแรกคือการผ่าตัดเพื่อนำก้อนเนื้อมะเร็งออก ซึ่งมักจะสามารถนำเซลล์มะเร็งได้ถึง 99% การผ่าตัดนอกจากจะหยุดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ชั่วคราวแล้ว ยังลดอาการทางตรงที่เกิดขึ้นจากการกดทับของก้อนเนื้อกับเนื้อเยื่อสมองที่ปกติ ช่วยบรรเทาอากาศทางประสาทได้

ทั้งนี้ แม้จะผ่าเนื้อร้ายของ Glioblastoma รวมถึงเนื้อเยื่อปกติที่ขอบรอบ ๆ ก้อนเนื้อออกไปได้แล้ว แต่ก็ไม่สามารถนำเซลล์มะเร็งออกได้ 100% นอกจากนี้ยังมีปัจจัยด้านคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เนื่องจากการผ่าตัดเนื้อเยื่อที่ปกติออกไปด้วยจะทำให้ผู้ป่วยสูญเสียการทำงานบางอย่างของสมองไป ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของก้อนมะเร็ง ท้ายที่สุดแล้วจะมีเซลล์มะเร็งที่หลุดรอดการผ่าตัดไปด้วย และทำให้เกิดมะเร็งก้อนใหม่ซึ่งมักจะดุร้ายกว่าเดิม

การฉายรังสีหลังการผ่าตัดช่วยยืดระยะเวลาที่ผู้ป่วยปลอดมะเร็งแต่รักษาไม่หายขาด ทำให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตเพิ่มขึ้นราว ๆ สองเท่า เทียบกับผู้ป่วยที่ไม่ได้รับการฉายรังสี ทั้งนี้เซลล์ของ Glioblastoma บางส่วนจะดื้อต่อการฉายรังสี ขณะที่เซลล์มะเร็งอื่น ๆ ทยอยตาย ท้ายที่สุดแล้ว เซลล์มะเร็ง Glioblastoma ที่เหลืออยู่จะเป็นเซลล์ที่ทนทานต่อการฉายรังสี ทำให้การฉายรังสีเสียประสิทธิภาพในที่สุด

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการทำเคมีบำบัดไม่ส่งผลต่อการรักษา Glioblastoma เท่าไรนัก ในขณะที่บางงานวิจัยพบว่าผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัดมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงขึ้น ในทางทฤษฎีแล้ว ยาเคมีบำบัดมีประสิทธิภาพต่ำต่อมะเร็งในระบบประสาทส่วนกลาง เนื่องจากหลอดเลือดสมองจะมีโครงสร้างพิเศษ เรียกว่า “Blood Brain Barrier (BBB)” คอยกรองสิ่งแปลกปลอมอย่างยาเคมีบำบัดไม่ให้เข้าไปถึงสมองได้โดยตรง มียาเคมีบำบัดเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้นที่สามารถข้าม BBB ได้ และมีประสิทธิภาพต่อมะเร็งในสมอง อย่างยามุ่งเป้าเบวาซิซูมับ (Bevacizumab) อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยประโยชน์ของการใช้งานยามุ่งเป้ารักษา Glioblastoma ในปัจจุบันยังไม่เป็นที่แน่ชัด

รู้จัก Glioblastoma มะเร็งสมองที่ดุที่สุดและรักษาไม่หายขาด

ผู้ป่วย Glioblastoma เพียง 1-3% เท่านั้นที่รอดชีวิตได้นานกว่าห้าปีหลังจากการวินิจฉัย

และหากไม่รับการรักษา ผู้ป่วยจะมีชีวิตรอดได้เพียงประมาณ สามเดือน เท่านั้น อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามีผู้ป่วยที่หายขาดจาก Glioblastoma หลังจากการรักษาเช่นกัน ซึ่งถือเป็นเคสที่หายาก

การเสียชีวิตจาก Glioblastoma มักเกิดขึ้นจากภาวะสมองบวมน้ำ (Cerebral Edema) ซึ่งทำให้ความดันในกะโหลก (Intracranial Pressure) สูง บีบอัดเนื้อเยื่อสมองอื่น ๆ ที่ปกติ จึงทำให้ระบบประสาทส่วนกลางไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติจนเข้าสู่ภาวะโคม่าและเสียชีวิตในที่สุด

เรียบเรียงโดย
โชติทิวัตถ์ จิตต์ประสงค์
Prince of Wales Hospital
Department of Orthopaedics & Traumatology
Faculty of Medicine, The Chinese University of Hong Kong


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลกAI

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 เล็กน้อยเป็น 3.1% จากเดิม 3.0% เตือนงานทั่วโลกประมาณ 40% จะได้รับผลกระทบจาก AI

14 ต.ค. 69|3 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

อุปกรณ์ราวม่านอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับเปลี่ยนแสงในบ้านอัตโนมัติตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนและคำสั่งเสียง โดยไม่ต้องเจาะผนังหรือเดินสายไฟให้ยุ่งยาก

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →