ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

15 ส.ค. 687 นาที15 ส.ค. 68

ปวดหัว ตัวร้อน อาการคลับคล้ายจะเป็น “ไข้” ดังนั้น ต้อง “กินยาดักไข้” เช่น ยาพาราเซตามอล (paracetamol) หรือยาลดไข้อื่น ๆ ไว้ก่อน ซึ่งความเชื่อนี้ยังมีอยู่ในบ้านเรา

ขนาดตัวอักษร

ปวดหัว ตัวร้อน อาการคลับคล้ายจะเป็น “ไข้” ดังนั้น ต้อง “กินยาดักไข้” เช่น ยาพาราเซตามอล (paracetamol) หรือยาลดไข้อื่น ๆ ไว้ก่อน ซึ่งความเชื่อนี้ยังมีอยู่ในบ้านเรา ด้วยเหตุนี้ Thai PBS และ Thai PBS Sci & Tech จึงขอพาไปหาคำตอบ ทำไม ? “กินยาดักไข้” จึงไม่สามารถป้องกันไม่ให้เราเป็นไข้ได้กัน

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

รู้จักอาการ “ไข้”

นศภ.ชุติกาญจน์ หล้าวงษา ภายใต้คำแนะนำของ อาจารย์ ภญ.กชรัตน์ ชีวพฤกษ์ ให้ความรู้ว่า “ไข้” คือ การที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงกว่าปกติที่ประมาณ 37+0.5 องศาเซลเซียส สามารถแบ่งระดับความรุนแรงของไข้ได้ดังนี้

ไข้ต่ำ: 37.3-38.0 องศาเซลเซียส
ไข้ปานกลาง: 38.1-39.0 องศาเซลเซียส
ไข้สูง: 39.1-41 องศาเซลเซียส
ไข้สูงมาก: สูงกว่า 41 องศาเซลเซียส

การวัดไข้สามารถทำได้หลายตำแหน่ง เช่น ใต้รักแร้ (อุณหภูมิต่ำกว่าการวัดที่ปากเล็กน้อย) หรือในหู (อุณหภูมิใกล้เคียงกับวัดที่ปาก) สาเหตุของอาการไข้ที่พบบ่อยที่สุด คือ การติดเชื้อหรือการอักเสบ การรักษาจึงเน้นที่การรักษาสาเหตุของไข้ และให้ยาลดไข้ เช่น ยาพาราเซตามอล

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

พาราเซตามอล

พาราเซตามอล หรืออีกชื่อหนึ่ง คือ อะเซตามิโนเฟน (acetaminophen) เป็นยาสามัญประจำบ้านที่สามารถหาซื้อได้ง่าย มีข้อบ่งใช้ในการลดไข้และบรรเทาปวด เช่น ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง โดยตัวยาออกฤทธิ์ในการรักษาสูงสุดที่ 30 - 60 นาทีหลังรับประทาน และถูกทำให้หมดฤทธิ์ที่ตับ

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

ขนาดยาพาราเซตามอลที่แนะนำ

ขนาดยาที่แนะนำให้ใช้ลดไข้และรักษาอาการปวด คือ 10-15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม รับประทานทุก 4-6 ชั่วโมง ดังนั้นขนาดยาที่ได้รับจะขึ้นกับน้ำหนักตัวของผู้ป่วยแต่ละราย

ขนาดและวิธีใช้ยาพาราเซตามอล สำหรับยาเม็ด

ยาเม็ด 325 มิลลิกรัม

น้ำหนักตัว 22-33 กิโลกรัม : 1 เม็ด แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

น้ำหนักตัว 33-44 กิโลกรัม : 1 เม็ดครึ่ง แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

น้ำหนักตัวมากกว่า 44 กิโลกรัม : 2 เม็ด แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

ยาเม็ด 500 มิลลิกรัม

น้ำหนักตัว 34-50 กิโลกรัม : 1 เม็ด แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

น้ำหนักตัว 50-67 กิโลกรัม : 1 เม็ดครึ่ง แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

น้ำหนักตัวมากกว่า 67 กิโลกรัม : 2 เม็ด แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

ยาเม็ด 650 มิลลิกรัม ชนิดเม็ดออกฤทธิ์นาน

น้ำหนักตัวมากกว่า 43.3 กิโลกรัม : 2 เม็ด แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง

ยาน้ำ

ไม่จำกัดน้ำหนักตัว สำหรับผู้ที่ไม่สามารถรับประทานยาเม็ดได้ เช่น เด็ก หรือผู้ที่มีปัญหาการกลืน Fดยจะขึ้นกับน้ำหนักตัวและความเข้มข้นของยาน้ำ โดยคำนวณจากขนาดยา 10-15 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ยาน้ำมีหลายรูปแบบและความเข้มข้น เช่น

สูตรเข้มข้นน้อย: 120, 160, 250 มิลลิกรัม/1 ช้อนชาหรือ 5 มิลลิลิตร
สูตรเข้มข้นมาก (drop): 80, 100 มิลลิกรัม/1 มิลลิลิตร

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

กลไกการออกฤทธิ์ของพาราเซตามอล

ปัจจุบันยังไม่ทราบกลไกที่ชัดเจน แต่คาดว่าพาราเซตามอลออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับอาการปวด คือ พรอสตาแกลนดิน (prostaglandin) และลดการหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ (pro-inflammatory mediators) ทำให้รักษาอาการปวดได้ โดยพาราเซตามอลลดไข้ด้วยการยับยั้งการสร้างพรอสตาแกลนดิน และยับยั้งความผิดปกติของศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมอง ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายลดลง ทั้งนี้ “พาราเซตามอลมีข้อบ่งใช้ในการรักษาอาการปวดและไข้ ไม่ใช่การป้องกัน ดังนั้นการรับประทานยาก่อนมีไข้ จึงไม่สามารถป้องกันให้ไม่มีไข้ได้”

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

ความปลอดภัยในการใช้พาราเซตามอล

พาราเซตามอลเป็นยาที่มีความปลอดภัยในการใช้สูง เมื่อรับประทานในขนาดยาปกติ คือ 500 มิลลิกรัม ไม่เกินวันละ 8 เม็ด (ไม่ควรรับตัวยามากกว่า 4,000 มิลลิกรัม/วัน) หรือรับประทานพาราเซตามอลติดต่อกันไม่เกิน 5 วัน ถึงแม้พาราเซตามอลเป็นยาที่มีความปลอดภัยในการใช้สูง แต่เมื่อรับประทานพาราเซตามอล ยาจะถูกทำให้หมดฤทธิ์ที่ตับ ทำให้ตับทำงานมากขึ้น ในกรณีรับประทานเกินขนาด (มากกว่า 4,000 มิลลิกรัม/วัน) หรือได้รับยาต่อเนื่องในปริมาณสูง จะส่งผลให้เกิดพิษต่อตับอย่างรุนแรง จนอาจทำให้ความสามารถในการทำงานของตับลดลง ดังนั้นไม่ควรรับประทานทานยาเกินขนาด รวมถึงผู้ป่วยโรคตับควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา และหลีกเลี่ยงการรับประทานยากับแอลกอฮอล์

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

ยาลดไข้อื่น

นอกจากพาราเซตามอล ยังมียากลุ่มอื่นที่เป็นทางเลือกในการรักษาอาการไข้ได้ เช่น ยาแก้อักเสบไอบูโพรเฟน และสมุนไพรฟ้าทะลายโจร

ยาแก้อักเสบไอบูโพรเฟน

ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) เป็นยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drugs, NSAIDs) ใช้รักษาอาการปวด ลดไข้ และแก้อักเสบ แต่ไม่สามารถใช้ป้องกันไข้ได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงมาก โดยเฉพาะต่อทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อาหารไม่ย่อย แสบยอดอก ปวดท้อง ท้องเสีย เป็นต้น อีกทั้งยังระวังการใช้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหืด หรือผู้ที่มีการทำงานของตับหรือไตบกพร่อง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา

สมุนไพรฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจรมีสารสำคัญที่มีชื่อว่าแอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) มีสรรพคุณทางการแพทย์แผนไทย ใช้บรรเทาอาการไข้หวัด แก้ไอและเจ็บคอ แต่หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้แขนขามีอาการชาหรืออ่อนแรง อีกทั้งยังทำให้เกิดอาการผิดปกติของทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเดิน คลื่นไส้ เบื่ออาหาร วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น และอาจเกิดลมพิษได้ ดังนั้นไม่แนะนำให้ซื้อรับประทานเพื่อป้องกันไข้เช่นกัน

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

วิธีป้องกันไม่ให้มีไข้

เมื่อเจ็บป่วยหรือมีไข้อาจทำให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายและสุขภาพจิต ดังนั้นการป้องกันตนเองไม่ให้เจ็บป่วย จะช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลา โดยมีหลักที่สามารถปฏิบัติตามได้ง่าย ๆ ดังนี้

1. มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารอาหารครบ 5 หมู่

2. หมั่นล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารหรือหลังเข้าห้องน้ำ

3. หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดหรือใกล้ชิดผู้ที่มีอาการป่วย กรณีอยู่ในพื้นที่แออัด แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัย

4. ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี

หากผู้ป่วยรู้สึกเหมือนมีไข้ ให้ดูแลสุขภาพในเบื้องต้น เช่น ดื่มน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ หากรู้สึกไม่สบายจริง ๆ หรือมีความกังวลใจ แนะนำให้พบแพทย์หรือปรึกษาเภสัชกรเพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

เข้าใจให้ตรงกัน “กินยาดักไข้” ไม่สามารถป้องกันเราจาก “ไข้” ได้

สรุป

จากความเชื่อยอดนิยมที่ว่า หากรู้สึกเหมือนจะเป็นไข้ให้กินยาดักไว้ก่อน โดยคิดว่ายาจะสามารถป้องกันไข้หวัดได้ โดยเฉพาะการกินยาพาราเซตามอลหรือยาลดไข้ชนิดอื่น ๆ ซึ่งในความจริงนั้น ยาเหล่านี้มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด ลดไข้ แต่ไม่ได้มีสรรพคุณในการป้องกันอาการป่วย

ดังนั้น การกินยาดักไข้ตอนที่ยังไม่มีอาการจึงไม่สามารถช่วยป้องกันการเป็นไข้ได้ อีกทั้งยาทุกชนิดมีผลข้างเคียง และอาจเกิดอันตรายหากกินติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน  โดยเฉพาะยาพาราเซตามอล ขนาด 500 มิลลิกรัม หากกินเกินวันละ 8 เม็ด ติดต่อกันเกิน 5 วัน จะส่งผลให้ตับทำงานหนัก จนเซลล์ตับถูกทำลาย และมีโอกาสเกิดภาวะตับอักเสบได้ในที่สุด ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยในการใช้ยา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : NIH, นศภ.ชุติกาญจน์ หล้าวงษา, โรงพยาบาลสมิติเวช

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

หุ่นยนต์บินจิ๋ว MIT: เมื่อ AI ทำให้เครื่องจักรขนาดเท่าแมลงบินได้เร็วขึ้น 450%เทคโนโลยี

หุ่นยนต์บินจิ๋ว MIT: เมื่อ AI ทำให้เครื่องจักรขนาดเท่าแมลงบินได้เร็วขึ้น 450%

ลองนึกภาพในอนาคต เมื่ออาคารถล่มจากแผ่นดินไหว ซากคอนกรีตทับซ้อนกันจนไม่มีช่องให้คนหรือโดรนกู้ภัยเข้าไปได้ การค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังเป็นสิ่งที่ยากลำบาก

15 ต.ค. 69|2 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลกAI

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 เล็กน้อยเป็น 3.1% จากเดิม 3.0% เตือนงานทั่วโลกประมาณ 40% จะได้รับผลกระทบจาก AI

14 ต.ค. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →