ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

ครั้งแรกของโลก ! สำรวจ “สมอง” หวังเข้าใจ “ความรัก” เพิ่มขึ้น

10 ม.ค. 672 นาที10 ม.ค. 67

คณะนักวิจัยเผยแพร่ผลการศึกษาฉบับแรกของโลก ซึ่งวัดว่า “สมองมนุษย์” จัดวางคนที่รักไว้ที่ศูนย์กลางของความสนใจอย่างไร ผ่านการสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างระบบพฤติกรรม (BAS) ของ “สมอง” กับ “ความรัก”

ขนาดตัวอักษร

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย มหาวิทยาลัยแคนเบอร์รา และมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย เผยแพร่ผลการศึกษาฉบับแรกของโลก ซึ่งวัดว่า “สมองมนุษย์” จัดวางคนที่รักไว้ที่ศูนย์กลางของความสนใจอย่างไร ผ่านการสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างระบบพฤติกรรม (BAS) ของ “สมอง” กับ “ความรัก”

ทีมนักวิจัยได้สำรวจคนหนุ่มสาวที่บอกว่า "กำลังมีความรัก" จำนวน 1,556 คน โดยเฝ้าสังเกตปฏิกิริยาทางอารมณ์ที่มีต่อคนรัก พฤติกรรมรอบตัว และการจัดวางคนที่รักเหนือคนอื่น ๆ เพื่อพยายามทำความเข้าใจกระบวนการของการตกหลุมรักได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งพบสมองของคนที่มีความรักมีปฏิกิริยาแตกต่างออกไปและจัดวางคนที่รักไว้ศูนย์กลางของความสนใจ

ฟิล คาวานาห์ ผู้มีส่วนร่วมในการศึกษานี้จากมหาวิทยาลัยแคนเบอร์ราและมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า การค้นพบใหม่บ่งชี้ว่าความรักโรแมนติกเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมและอารมณ์ โดยฮอร์โมนออกซิโตซิน (oxytocin) มีบทบาทในความรัก หมุนเวียนทั่วระบบประสาทและกระแสเลือดยามที่คนเราได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนที่รัก-ชอบ

อย่างไรก็ดี คาวานาห์เผยว่า วิธีการที่ “สมอง” จัดวางให้คนที่เรารักมีความสำคัญพิเศษนั้น เกี่ยวพันกับการที่ฮอร์โมนออกซิโตซินผสมกับฮอร์โมนโดปามีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่สมองปลดปล่อยระหว่างมีความรักโรแมนติก โดยความรักนั้นนำทางให้สมองเชื่อมโยงกับความรู้สึกเชิงบวกอย่างเป็นธรรมชาติ

ก่อนหน้านี้ฮอร์โมนออกซิโตซินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เคยถูกระบุให้เป็นฮอร์โมนที่สร้างความรู้สึกอิ่มเอมใจยามตกหลุมรัก

อดัม โบดี นักเขียนนำของการศึกษานี้จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าวว่ามีสมมติฐานว่าความรักโรแมนติกเกิดขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ 5 ล้านปีก่อน แต่เรากลับเข้าใจวิวัฒนาการของมันน้อยมาก ซึ่งทีมนักวิจัยจะเดินหน้าตรวจสอบความแตกต่างระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในการมีความรัก และทำการสำรวจระดับโลกเพื่อบ่งชี้ประเภทต่าง ๆ ของการเป็นคู่รักโรแมนติก

🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

ภาพซินหัว : ช่อดอกไม้ที่ร้านค้าในกรุงฮานอยของเวียดนาม วันที่ 14 ก.พ. 67

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : Xinhua

เขียนโดย

"เซบา บาสตี้" นิสิตสาขาวิชาภาษาเพื่อการสร้างสรรค์งานสื่อสิ่งพิมพ์ ม.มหาสารคาม เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส คนทำงานด้านการเขียน : Specialist Contents / Journalist / Writer / Creative Copywriter / Proofreader Lover

บทความที่เกี่ยวข้อง

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลกAI

IMF เตือนคลื่นยักษ์ AI ป่วนเศรษฐกิจโลก! ดันจีดีพีโตแต่เสี่ยงสูง กระทบแรงงาน 40% ทั่วโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 เล็กน้อยเป็น 3.1% จากเดิม 3.0% เตือนงานทั่วโลกประมาณ 40% จะได้รับผลกระทบจาก AI

14 ต.ค. 69|9 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026Thai Genius

นักศึกษาไทยเจ๋ง! บุกเวทีวิจัยโลก ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับนิวทริโน เชื่อมโยงความสำเร็จ Nobel Prize in Physics 2026

งานวิศวกรรมไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องเรียน แต่สามารถต่อยอดไปสู่ภารกิจสำรวจจักรวาลระดับโลกได้!

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วมวิทยาศาสตร์

“ราดำ” ภัยเงียบที่มากับบ้านหลังน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครในปลายเดือนกันยายน 2026 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์น้ำท่วมที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี กรุงเทพมหานครประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทั้ง 50 เขต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 48 ชั่วโมง

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟเทคโนโลยี

ราวม่านโซลาร์เซลล์! เปิด-ปิดเองตามแสงแดด คุมผ่านมือถือ-เสียง ไม่ต้องเดินสายไฟ

อุปกรณ์ราวม่านอัจฉริยะพลังงานแสงอาทิตย์ ปรับเปลี่ยนแสงในบ้านอัตโนมัติตามการโคจรของดวงอาทิตย์ ควบคุมผ่านสมาร์ตโฟนและคำสั่งเสียง โดยไม่ต้องเจาะผนังหรือเดินสายไฟให้ยุ่งยาก

13 ต.ค. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →