ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
อายุอย่างน้อย 5.3 ล้านปี! พบสุสานวาฬในมหาสมุทรอินเดียที่ความลึก 7,000 เมตร
วิทยาศาสตร์

อายุอย่างน้อย 5.3 ล้านปี! พบสุสานวาฬในมหาสมุทรอินเดียที่ความลึก 7,000 เมตร

จิราภพ ทวีสูงส่ง13 มิ.ย. 695 นาที13 มิ.ย. 69

ค้นพบแหล่งฟอสซิลวาฬและระบบนิเวศซากวาฬบนพื้นมหาสมุทรที่อยู่ลึกที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณเขตไดอะแมนตินา (Diamantina Zone) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย

ขนาดตัวอักษร

ค้นพบแหล่งฟอสซิลวาฬและระบบนิเวศซากวาฬบนพื้นมหาสมุทรที่อยู่ลึกที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บริเวณเขตไดอะแมนตินา (Diamantina Zone) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ณ ความลึกถึง 7,000 เมตร ซึ่งถือเป็น "สุสานวาฬ" ที่ก่อตัวอย่างต่อเนื่องมาอย่างน้อย 5.3 ล้านปี

ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง ทีมนักวิทยาศาสตร์ประจำสถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน, มหาวิทยาลัยปิซาในอิตาลี และสถาบันวิทยาศาสตร์โลกแห่งนิวซีแลนด์ในกรุงเวลลิงตัน โดยซากวาฬตายที่จมลงสู่ก้นทะเลนั้นถือเป็นแหล่งอยู่อาศัยชั่วคราวอันอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก ตั้งแต่หนอนกินกระดูกจนถึงดาวทะเลหรือปลาดาว โดยปัจจุบันซากวาฬที่เป็นที่รู้จักส่วนใหญ่ถูกค้นพบที่ความลึกไม่เกิน 4,000 เมตร ซึ่งซากวาฬที่ยังไม่สลายหายไปที่ลึกที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกอยู่ที่ความลึก 4,204 เมตร และยังไม่เคยมีรายงานการค้นพบระบบนิเวศซากวาฬที่ยังไม่สลายหายไปจากเขตความลึกฮาดัล (hadal depth) ซึ่งหมายถึงพื้นที่ที่ลึกมากกว่า 6,000 เมตรมาก่อน

ภาพระบบนิเวศซากวาฬในเขตไดอะแมนตินาทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ภาพจาก : สถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน

ปี 2023 ทีมนักวิทยาศาสตร์ที่นำโดยสถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึกได้ดำเนินการดำน้ำสำรวจ 32 ครั้ง ด้วย "เฟิ่นโต้วเจ่อ" ยานดำน้ำทะเลลึกแบบมนุษย์ควบคุม ซึ่งประจำอยู่บนเรือวิจัยทั่นสั่ว-1 (Tansuo-1) ของจีน โดยมีการสำรวจพื้นที่เขตไดอะแมนตินาเป็นระยะทาง 1,200 กิโลเมตร และค้นพบซากวาฬที่ยังไม่สลายหายไป 5 แห่ง และแหล่งฟอสซิล 476 แห่ง ณ ความลึก 4,616-7,001 เมตร โดยความหนาแน่นของซากวาฬสูงถึง 759.5 ตัวต่อตารางกิโลเมตร

เผิงเสี่ยวถง ศาสตราจารย์ประจำสถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก กล่าวว่า หากนำตัวเลขดังกล่าวไปคำนวณแบบครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดนั้นอาจบ่งชี้ว่ามีซากวาฬในบริเวณดังกล่าวมากกว่า 10 ล้านตัว และในบรรดาซากวาฬที่ยังไม่สลายหายไป มีแห่งหนึ่งประกอบด้วยกระดูกสันหลังของวาฬจะงอย 3 ชิ้น ณ ความลึก 6,789 เมตร ซึ่งถือเป็นระบบนิเวศซากวาฬที่ยังไม่สลายหายไปที่อยู่ลึกที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกข้อมูลมา

ทีมนักวิจัยใช้วิธีการหาอายุด้วยไอโซโทปสตรอนเทียม (strontium isotope) และยืนยันว่าซากฟอสซิลวาฬเหล่านี้มีอายุอย่างน้อย 5.3 ล้านปี หรือสืบย้อนกลับถึงยุคไพลโอซีน (Pliocene) ตอนต้น และในบรรดาซากฟอสซิลเหล่านี้มีทั้งวาฬจะงอยสายพันธุ์ที่ยังไม่สูญพันธุ์ เช่น วาฬจะงอยแอนดรูว์และวาฬจะงอยฟันสายรัด รวมถึงวาฬจะงอยสายพันธุ์ที่สูญพันธุ์แล้ว เช่น สายพันธุ์พเทอโรซีตัส ไดอะแมนตินี (Pterocetus diamantinae) ที่กำหนดขึ้นมาใหม่

ผลการศึกษาระบุว่าเขตไดอะแมนตินาเป็นแหล่งหากินของวาฬจะงอย ซึ่งบางตัวอาจตายระหว่างดำน้ำลึก ขณะพื้นทะเลรูปตัววี (V) กลายเป็นดังกรวยรวบรวมซากวาฬลงสู่ร่องลึก ขณะอัตราการสะสมตัวของตะกอนที่ต่ำมากช่วยให้กระดูกวาฬยังคงอยู่บนพื้นทะเลเป็นเวลานาน ทำให้เขตไดอะแมนตินามีซากวาฬอยู่เป็นจำนวนมาก

ทีมนักวิจัยยังคำนวณผลกระทบด้านคาร์บอน โดยมีการตั้งสมมุติฐานว่าวาฬจะงอยหนึ่งตัวมีน้ำหนักเฉลี่ย 2 ตัน และมีไขมันคิดเป็นร้อยละ 25 ของน้ำหนักตัว ดังนั้นซากวาฬราว 10 ล้านตัวอาจกักเก็บคาร์บอนราว 6.7 ล้านตัน ซึ่งเทียบเท่ากับ "หิมะทะเล" หรือการตกสะสมอย่างช้า ๆ ของอนุภาคอินทรีย์ขนาดเล็กจากมหาสมุทรชั้นบนสู่ทะเลลึกเป็นเวลาราว 4,700 ปี

ภาพระบบนิเวศซากวาฬในเขตไดอะแมนตินาทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ภาพจาก : สถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน

โจวเผิง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำสถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก กล่าวว่าซากวาฬเป็นแหล่งคาร์บอนบนพื้นมหาสมุทรลึกที่เคยถูกมองข้าม ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อโครงข่ายอาหารและความหลากหลายทางชีวภาพของภูมิภาค

ซ่งซีคุน รองศาสตราจารย์จากสถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก ระบุว่าการศึกษาครั้งนี้ได้ขยายสถิติความลึกของการค้นพบซากวาฬจาก 4,200 เมตรเป็นเกือบ 7,000 เมตร โดยความลึก ขนาด และช่วงเวลาล้วนก้าวข้ามองค์ความรู้เดิม พร้อมมอบมุมมองใหม่เกี่ยวกับประวัติวิวัฒนาการยุคแรก นิเวศวิทยาโบราณ และพลวัตประชากรของวาฬโบราณ

เผิงอธิบายว่าเขตไดอะแมนตินาอาจเป็น "ทางเดินแห่งสิ่งมีชีวิตเคมีสังเคราะห์จากซากวาฬ" ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเคยถูกมองข้ามแต่มีคุณค่าทางวิชาการอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจการแพร่กระจายและความเชื่อมโยงของระบบสิ่งมีชีวิตเคมีสังเคราะห์ในทะเลลึก

การวิจัยครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากหลายโครงการวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมถึงโครงการสำรวจเขตความลึกฮาดัลของโลกที่เป็นโครงการริเริ่มทศวรรษแห่งมหาสมุทรของสหประชาชาติ ระยะ 10 ปี ที่นำโดยสถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก และมีเป้าหมายสำรวจพื้นที่ที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรบนโลกและตอบคำถามพื้นฐานเกี่ยวกับธรณีวิทยา สิ่งมีชีวิต และวิวัฒนาการของสิ่งแวดล้อมในทะเลลึก


ภาพระบบนิเวศซากวาฬในเขตไดอะแมนตินาทางตะวันออกเฉียงใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ภาพจาก : สถาบันวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมทะเลลึก สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS


ที่มาข้อมูล : Xinhua


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|21 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|23 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →