ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
“ภัยแล้ง” อาจทำให้ปัญหา “ดื้อยาปฏิชีวนะ” รุนแรงขึ้น
วิทยาศาสตร์

“ภัยแล้ง” อาจทำให้ปัญหา “ดื้อยาปฏิชีวนะ” รุนแรงขึ้น

จิราภพ ทวีสูงส่ง20 เม.ย. 694 นาที20 เม.ย. 69

โดยทั่วไปการ “ดื้อยาปฏิชีวนะ” มักเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล และการใช้ยาปฏิชีวนะที่มากเกินไปในภาคเกษตรกรรม ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นปัญหาหลัก ๆ

ขนาดตัวอักษร

โดยทั่วไปการ “ดื้อยาปฏิชีวนะ” มักเกี่ยวข้องกับโรงพยาบาล และการใช้ยาปฏิชีวนะที่มากเกินไปในภาคเกษตรกรรม (ผสมยาปฏิชีวนะในอาหารสัตว์ การใช้ยาปฏิชีวนะฉีดพ่นเพื่อรักษาโรคพืช เป็นต้น) ซึ่งทั้งสองอย่างเป็นปัญหาหลัก ๆ แต่ผลการวิจัยใหม่ชี้ให้เห็นถึงสาเหตุที่เป็นไปได้อีกประการหนึ่งที่หลายคนยังไม่ได้พิจารณา นั่นคือ “ภัยแล้ง” ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

งานวิจัยล่าสุดซึ่งเผยแพร่ในวารสาร Nature Microbiology เผยว่า เมื่อดินแห้งลง จะสามารถเร่งกระบวนการทางธรรมชาติที่ก่อให้เกิดและแพร่กระจายเชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะได้ ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าภัยแล้งทำให้เกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาในโรงพยาบาลโดยตรง แต่ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้ปัญหานี้รุนแรงขึ้น

เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างมากในสหราชอาณาจักร โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่า ฤดูร้อนจะร้อน-แห้งแล้งมากขึ้น และจะมีภัยแล้งยาวนานขึ้น หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงอยู่ในระดับสูง ในขณะเดียวกัน ระบบบริการสุขภาพแห่งชาติอังกฤษ (NHS) กำลังประสบปัญหาอย่างหนักกับการติดเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะ ซึ่งรักษาได้ยากกว่าและทำให้ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนานขึ้น เมื่อยาปฏิชีวนะมาตรฐานใช้ไม่ได้ผล บางครั้งแพทย์จำเป็นต้องใช้ยาทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า หรือ “ยาทางเลือกสุดท้าย” ซึ่งถูกเก็บไว้เป็นยาสำรองเนื่องจากการใช้ยาเกินขนาด อาจทำให้เชื้อเหล่านั้นดื้อต่อยาได้เช่นกัน

แล้วเกิดอะไรขึ้นในดิน? ทำไม “ภัยแล้ง” ทำให้แบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะได้

ในดินที่ชุ่มชื้นตามปกติ แบคทีเรียจะอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างคงที่ แต่เมื่อดินแห้ง น้ำจะถูกบีบเข้าไปอยู่ในบริเวณเล็ก ๆ ที่แยกจากกัน แบคทีเรียจะแออัดกัน สารอาหารจะขาดแคลน และการแข่งขันจะรุนแรงขึ้น ในสภาวะเช่นนี้ แบคทีเรียจะผลิตสารปฏิชีวนะมากขึ้นเพื่อโจมตีกันเอง และยีนต้านทานก็จะเกิดขึ้นมากขึ้นเพื่อช่วยให้พวกมันอยู่รอดได้ ซึ่งนี่คือการแข่งขันด้านอาวุธชีวภาพที่ถูกกระตุ้นด้วยภัยแล้งนั่นเอง

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเรื่องนี้จึงเกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์ สาเหตุก็เพราะแบคทีเรียสามารถแลกเปลี่ยนยีนกันได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การถ่ายทอดยีนในแนวนอน” (Horizontal Gene Transfer: HGT) หรืออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การได้รับยีนใหม่โดยไม่อาศัยเพศ ผ่านการถ่ายทอดโมเลกุลดีเอ็นเอจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งไปยังอีกสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบพ่อแม่-ลูก โดยมักเกิดขึ้นในแบคทีเรีย ทำให้ได้รับยีนใหม่ ๆ เช่น ยีนดื้อยาได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ได้มีงานวิจัยเปิดเผยผลการศึกษาว่า ภูมิภาคที่แห้งแล้งกว่ามักมีรายงานการติดเชื้อที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะในโรงพยาบาลสูงกว่า แม้จะมีการพิจารณาถึงความแตกต่างด้านความมั่งคั่ง และคุณภาพการดูแลสุขภาพแล้วก็ตาม โดยการศึกษานี้ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ แม้จะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสาเหตุและผลโดยตรงก็ตาม เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น วิธีการติดตามการติดเชื้อ หรือความสะดวกในการเข้าถึงการดูแลสุขภาพ เป็นต้น

โดยสาเหตุที่นักวิจัยมองว่า “ภัยแล้ง” เชื่อมโยงกับการดื้อยาปฏิชีวนะที่รุนแรงขึ้น เนื่องจากแบคทีเรียในดินบางชนิดเป็นญาติใกล้ชิดกันกับเชื้อโรคในโรงพยาบาล เช่น Klebsiella pneumoniae และ Pseudomonas aeruginosa ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า Eskape หรือกลุ่มเชื้อแบคทีเรียก่อโรค 6 ชนิด ที่มีความรุนแรงสูง และดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด (Multidrug-Resistant: MDR) เป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อในโรงพยาบาล

เชื้อแบคทีเรียดื้อยาปฏิชีวนะก่อให้เกิดการติดเชื้อนับล้านครั้งทั่วโลกในแต่ละปี ความพยายามส่วนใหญ่ในการแก้ไขปัญหานี้ มุ่งเน้นไปที่การลดการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็นในทางการแพทย์และภาคการเกษตร ซึ่งยังคงมีความสำคัญ แต่การวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมเอง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมนั้น ก็มีบทบาทที่เราไม่ควรมองข้ามเช่นกัน

จากเหตุผลดังกล่าว กลายเป็นจุดที่แนวคิดเรื่อง One Health ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นแนวคิดที่ว่าสุขภาพของมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ล้วนเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เมื่อมองผ่านมุมมองนี้ การดื้อยาปฏิชีวนะจึงไม่ใช่แค่ปัญหาทางการแพทย์ แต่เป็นปัญหาทางนิเวศวิทยาที่มีส่วนร่วมด้วย


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  


ที่มาข้อมูล : theconversation


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|21 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    “ภัยแล้ง” อาจทำให้ปัญหา “ดื้อยาปฏิชีวนะ” รุนแรงขึ้น | Thai PBS Sci & Tech