ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
รู้จักกับเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง หรือ Hyperbaric Medicine
วิทยาศาสตร์

รู้จักกับเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง หรือ Hyperbaric Medicine

Thai PBS Sci & Tech14 ก.ค. 684 นาที14 ก.ค. 68

เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง หรือ Hyperbaric Medicine เป็นการรักษาทางการแพทย์ผ่านการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง ใช้ในการรักษาโรคและกลุ่มอาการที่มีความเกี่ยวข้องกับความดันบรรยากาศหรือความเข้มข้นของออกซิเจน

ขนาดตัวอักษร

เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง หรือ Hyperbaric Medicine เป็นการรักษาทางการแพทย์ผ่านการบำบัดด้วยออกซิเจนความดันสูง ใช้ในการรักษาโรคและกลุ่มอาการที่มีความเกี่ยวข้องกับความดันบรรยากาศหรือความเข้มข้นของออกซิเจน ซึ่งนอกจากจะใช้รักษาโรคที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแล้ว ยังใช้ในเวชศาสตร์ใต้น้ำ หรือ Diving Medicine สำหรับรักษานักประดาน้ำที่มีความผิดปกติทางร่างกายจากแรงดันหรือออกซิเจนจากการดำน้ำ

ห้องความดัน หรือ Hyperbaric Chamber ชนิดต่าง ๆ

เวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง คือการนำผู้ป่วยเข้าไปในห้องความดันซึ่งจะอัดแรงดันในห้อง (Ambient Pressure) ให้สูงกว่าแรงดันบรรยากาศปกติ (Atmospheric Pressure) แบ่งได้เป็นสองชนิดหลัก ๆ คือ การบำบัดด้วยอากาศ (Hyperbaric Air: HBA) และ การบำบัดด้วยออกซิเจน (Hyperbaric Oxygen Therapy: HBOT)

HBA ใช้อากาศปกติ (79% ไนโตรเจน และ 21% ออกซิเจน) ในการอัดความดันให้สูงกว่าปกติในห้องความดัน ขณะที่ HBOT ใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์ (99% ออกซิเจน) ในการอัดความดันในห้องความดัน ทั้งสองชนิดมีการใช้งานแตกต่างกัน

ถุงความดันสำหรับนักปีนเขาเพื่อใช้รักษากลุ่มอาการแพ้ที่สูง

HBA มักใช้ในผู้ที่ป่วยจากกลุ่มอาการแพ้ที่สูง (Altitude Sickness) เช่น ภาวะแพ้ที่สูงจากการปีนเขาสูง (Acute Mountain Sickness) พบได้ในผู้ที่ปีนเขาสูง เช่น เทือกเขาหิมาลัย ซึ่งมีอากาศเบาบางกว่าปกติ ทำให้นักปีนเขาได้รับออกซิเจนน้อยกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะสมองบวม (High-altitude Cerebral Edema: HACE) และภาวะปอดบวม (High-altitude Pulmonary Edema: HAPE) ผ่านกลไกการทดแทนปริมาณออกซิเจนของร่างกาย (Hypoxic Ventilatory Response) ซึ่งทำให้มีปริมาณเลือดไปแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอดเยอะเกินไปเพื่อทดแทนการขาดออกซิเจน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ของเหลวรั่วออกจากหลอดเลือดด้วย จึงเกิดการบวมน้ำ

การรักษากลุ่มอาการแพ้ที่สูงทำได้ด้วยการ “Recompress” หรืออัดอากาศข้างเคียงเพื่อทำให้ผู้ป่วยเสมือนอยู่ในความดันบรรยากาศปกติหรือความดันที่มากกว่าปกติ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการลดความดัน (Decompression) ในนักปีนเขาที่ป่วยด้วยกลุ่มอาการแพ้ที่สูงระหว่างอยู่บนที่สูง สามารถทำได้ด้วยการใช้ถุงความดันแบบพกพา (Portable Hyperbaric Bag) เพื่อจำลองการลดความสูง (Effective Altitude) ระหว่างการขนย้ายผู้ป่วยกลับลงเขา

Hyperbaric Oxygen Therapy (HBOT) ใช้ในการรักษาโรคทางความดันซึ่งเกี่ยวข้องกับความเข้มข้นของก๊าซด้วย เช่น ภาวะมีฟองอากาศในกระแสเลือด (Gas Embolism) ภาวะสูดดมก๊าซไม่พึงประสงค์ เช่น ก๊าซคาร์บอนมอกนอกไซด์ (CO Poisoning) ภาวะติดเชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ (Necrotizing fasciitis) ภาวะลดความดันจากการดำน้ำ (Decompression Sickness) และอื่น ๆ

ในภาวะฟองอากาศในกระแสเลือดและภาวะลดความดันจากการดำน้ำ มีการแสดงอาการทางคลินิกคล้ายกัน คือ มีฟองอากาศในกระแสเลือด ซึ่งในกรณีของการดำน้ำ เกิดจากการขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไป ทำให้เกิดการลดความดันเฉียบพลัน ก๊าซที่ละลายในกระแสเลือด เช่น ไนโตรเจน จึงเปลี่ยนรูปกลับเป็นฟองก๊าซอย่างเฉียบพลัน และอาจไปอุดตันเส้นเลือดได้ เรียกกันโดยทั่วไปว่า โรคน้ำหนีบ

ห้องความดันขององค์การ NASA สำหรับนักประดาน้ำ

การรักษาด้วย HBOT ทำให้ความดันบรรยากาศสูงขึ้น ซึ่งทำให้ฟองก๊าซเหล่านี้ละลายกลับเข้าไปในกระแสเลือดเช่นเดิม จากนั้นจึงค่อย ๆ ลดความดัน กลับสู่ความดันบรรยากาศปกติเพื่อให้ก๊าซภายในกระแสเลือดค่อย ๆ ถูกขับออกจากร่างกายผ่านการหายใจอย่างช้า ๆ

ในภาวะได้รับคาร์บอนมอนอกไซด์มากเกินไป การรักษาด้วย HBOT ทำให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนมากขึ้นจากปริมาณออกซิเจนความเข้มข้น 99% ในขณะที่ความดันที่สูงขึ้น ก๊าซที่เป็นพิษจึงถูกขับออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น

ส่วนในโรคติดเชื้อแบคทีเรียภายนอก เช่น แบคทีเรียกินเนื้อ (Necrotizing Fasciitis) แบคทีเรียที่เป็นสาเหตุการเกิดโรคเป็นแบคทีเรียที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) ความเข้มข้นของออกซิเจนสูงจะเป็นพิษต่อแบคทีเรียเหล่านี้ จึงใช้ในการรักษาในบางกรณี นอกจากนี้ปริมาณออกซิเจนที่สูงขึ้นในเนื้อเยื่อทำให้ร่างกายตอบสนองต่อการติดเชื้อได้ดีขึ้น

การรักษาด้วย HBOT มักทำในห้องความดันแบบแคปซูล ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ในห้องความดันขนาดใหญ่ ทีมรักษาพยาบาลรวมถึงผู้ป่วยสามารถอยู่ด้วยกันได้ ทำให้สามารถรักษาได้ทันท่วงทีหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์ เนื่องจากการนำผู้ป่วยออกจะห้องความดันใช้เวลาและไม่สามารถลดความดันได้ทันที

เรียบเรียงโดย 
Chottiwatt Jittprasong
Prince of Wales Hospital
Department of Orthopaedics & Traumatology
Faculty of Medicine, The Chinese University of Hong Kong


อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS  

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|7 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|23 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    รู้จักกับเวชศาสตร์ความดันบรรยากาศสูง หรือ Hyperbaric Medicine | Thai PBS Sci & Tech