ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
รู้จัก Tetralogy of Fallot หนึ่งในโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ร้ายแรงที่สุด
วิทยาศาสตร์

รู้จัก Tetralogy of Fallot หนึ่งในโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ร้ายแรงที่สุด

Thai PBS Sci & Tech02 มิ.ย. 684 นาที02 มิ.ย. 68

Tetralogy of Fallot หรือ TOF เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Defect) ร้ายแรงชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยความพิการหลัก ๆ 4 ชนิด ทำให้หัวใจของเด็กทารกไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขนาดตัวอักษร

Tetralogy of Fallot หรือ TOF เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด (Congenital Heart Defect) ร้ายแรงชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยความพิการหลัก ๆ 4 ชนิด ทำให้หัวใจของเด็กทารกไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และวิธีการรักษาเดียวคือการผ่าตัดเปิดหัวใจ (Open Heart Surgery) เพื่อซ่อมแซมหัวใจ นอกจากนี้ หลายครั้งจะต้องมีการผ่าตัดซ้ำเมื่อเด็กโตเป็นผู้ใหญ่เพื่อซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงของหัวใจให้เพียงพอ

ภาพแสดงกายวิภาคระหว่างหัวใจปกติและหัวใจที่เป็น TOF.png

TOF ประกอบไปด้วยความพิการดังต่อไปนี้

Pulmonary Stenosis: เส้นเลือดหัวใจจากห้องขวาไปยังปอดตีบตัน ทำให้ส่งเลือดไปฟอกที่ปอดได้ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการไหลย้อนของเลือดกลับเข้ามาในหัวใจห้องขวาแทนที่จะเข้าปอด (Pulmonary Regurgitation/Pulmonary Insufficiency)

Ventricular Septal Defect (VSD): ผนังหัวใจระหว่างห้องขวาและห้องซ้ายไม่สมบูรณ์ เลือดที่มีออกซิเจนต่ำ (Deoxygenated blood) จากห้องขวา และเลือดที่มีออกซิเจนสูง (Oxygenated blood) จากห้องซ้ายจึงผสมกัน เลือดที่ส่งไปเลี้ยงร่างกายจึงมีออกซิเจนน้อยลง ร่างกายได้รับออกซิเจนน้อยลง

Right Ventricular Hypertrophy: เนื่องจาก Pulmonary Insufficiency ทำให้หัวใจต้องใช้แรงในการบีบมากขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจจึงหนาตัวขึ้นเพื่อรับแรง แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ปริมาตรสูบฉีดของหัวใจลดลงเช่นกัน

Overriding Aorta: การที่ตำแหน่งของเส้นเลือดแดงใหญ่หรือ Aorta อยู่เหนือรูรั่วระหว่างห้องของหัวใจใน VSD ทำให้เลือดที่มีออกซิเจนต่ำจากหัวใจห้องขวาไหลออกไปเลี้ยงร่างกายด้วย แทนที่จะเป็นเลือดที่มีออกซิเจนสูง

Digital Clubbing หรือเล็กปุก เป็นหนึ่งในอาการของ Tetralogy of Fallot

ทารกหรือเด็กที่เป็น TOF อาจไม่มีอาการในทันที ส่วนบางคนอาจมีอาการตั้งแต่เกิดคือตัวเขียวหรือตัวฟ้าจากการขาดออกซิเจนรุนแรง (Cyanosis) ซึ่งการเกิดตัวเขียวหรือตัวฟ้าอาจเกิดในภายหลังได้เมื่อเด็กหรือทารกทำกิจกรรมใด ๆ ที่ใช้แรงมากขึ้น เช่น การขับถ่าย ซึ่งอาจทำให้เด็กหรือทารกหมดสติได้

อาการอื่น ๆ เช่น เสียงฟู่ของหัวใจ (Heart Murmur) เกิดจากการไหลเวียนของเลือดที่ผิดปกติและปั่นป่วนในหัวใจโดยเฉพาะลิ้นหัวใจตำแหน่งต่าง ๆ อาการเหล่านี้ตรวจได้ยากหากผู้สังเกตไม่ทราบลักษณะจำเพาะ

ภาวะออกซิเจนต่ำทำให้เกิดอาการ เช่น ภาวะนิ้วปุ้ม หรือ เล็บปุก (Nail Clubbing) เล็บจะมีลักษณะบวมใหญ่ รวมถึงซีด ซึ่งอาจเกิดได้หลายระดับ เป็นหนึ่งในอาการที่สังเกตได้ง่าย ร่วมกันอาการเหนื่อยง่าย เป็นลมง่าย

ภาพ X-ray ทรวงอกของเด็กที่เป็น TOF

การตรวจวินิจฉัยสามารถทำได้ด้วยการเอกซเรย์ทรวงอก เพื่อดูลักษณะของหัวใจที่เรียกว่า “Cœur en Sabot” (หัวใจมีลักษณะเป็นรูปเกือกม้าแบบไม้) โดยเด็กทารกที่เป็น TOF มักจะมีขนาดของหัวใจที่ใหญ่กว่าปกติ หัวใจห้องขวามีผนังที่หนาผิดปกติ และขนาดของหัวใจแนวระนาบใหญ่กว่าผิดปกติซึ่งอาจเกิดจากการตีบตันของเส้นเลือดหรือลิ้นหัวใจ (Pulmonary Stenosis) ในปัจจุบัน แพทย์สามารถวินิจฉัย TOF ได้แต่ก่อนกำเนิด ทำให้สามารถวางแผนการรักษาได้ทันที

การสร้างเส้นเลือดเทียมหรือ Shunt เพื่อให้เลือดไหลปยังปอดได้ชั่วคราว

วิธีการรักษาเดียวของ TOF คือการผ่าตัดเปิดหัวใจ (Open Heart Surgery) เพื่อซ่อมความพิการทั้งหมด หรืออย่างน้อยซ่อมบางความพิการ ซึ่งอาจจำเป็นต้องมีการผ่าตัดซ้ำเพื่อซ่อมแซม เป้าหมายหลัก ๆ คือกู้คืนการไหลเวียนเลือดให้เป็นปกติ ได้แก่การซ่อมแซมไม่ให้เลือดผสมกันด้วยการปิด VSD และการซ่อมแซมให้เลือดในหัวใจห้องขวาสามารถไหลไปปอดได้อย่างปกติ (Pulmonary Flow)

VSD นั้นสามารถซ่อมแซมได้ด้วยการใช้แผ่นแปะซึ่งทำมาจากวัสดุที่เหมาะสมในการปิดรูรั่ว การซ่อมแซม Pulmonary Flow นั้นซับซ้อนกว่า โดยแพทย์มีหลายวิธีในการซ่อมแซม ซึ่งมีวิธีที่ทั้งชั่วคราวและถาวร

การซ่อมแซม Pulmonary Flow แบบชั่วคราว เช่น การสร้างเส้นเลือดเทียมหรือ “Shunt” ระหว่างหลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดดำจากปอดเข้าสู่หัวใจ เพื่อให้เลือดจากหัวใจห้องซ้ายล่างสามารถไหลไปฟอกที่ปอดได้ส่วนหนึ่ง เป็นต้น

ส่วนการผ่าตัดที่ถาวรมากขึ้น เช่น การผ่าตัดเพื่อแก้ภาวะลิ้นหัวใจตีบ ด้วยการตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออก เพื่อให้เลือดสามารถไหลไปยังปอดได้เป็นปกติ การผ่าตัดซ้ำอาจเกิดขึ้นเมื่อเกิดภาวะ Pulmonary Insufficiency ซ้ำ ในปัจจุบัน การผ่าตัด TOF มีอัตราการรอดชีวิตสูงขึ้นมาก และผู้ป่วยที่ผ่าตัดซ่อมแซมสมบูรณ์มักสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ตราบใดที่ไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นขึ้น

เรียบเรียงโดย 
โชติทิวัตถ์ จิตต์ประสงค์
Department of Biomedical Sciences
College of Biomedicine
City University of Hong Kong


“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|6 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|20 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    รู้จัก Tetralogy of Fallot หนึ่งในโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ร้ายแรงที่สุด | Thai PBS Sci & Tech