ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แว่นตาอัจฉริยะ AI อัปเกรดระบบความจำ สรุปข้อมูลผ่านจอแบบเรียลไทม์
AI

แว่นตาอัจฉริยะ AI อัปเกรดระบบความจำ สรุปข้อมูลผ่านจอแบบเรียลไทม์

ขนิษฐา จันทร์ทร 06 ก.ย. 682 นาที06 ก.ย. 68

แว่นตาอัจฉริยะอัปเกรดใหม่ ที่มาพร้อมกับฟีเชอร์ AI อัปเกรดระบบความจำให้เหมาะกับการใช้งาน และเปิดเป็น Open Source เพื่อต่อยอดการใช้งาน

ขนาดตัวอักษร

แว่นตาอัจฉริยะอัปเกรดใหม่ ที่มาพร้อมกับฟีเชอร์ AI อัปเกรดระบบความจำให้เหมาะกับการใช้งาน และเปิดเป็น Open Source เพื่อต่อยอดการใช้งาน

แว่นตา AI อัจฉริยะที่ออกแบบมาให้สวมใส่ได้ทุกวัน ได้อัปเกรดจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ตั้งแต่ขนาดที่บางและมีน้ำหนักเบาขึ้น และซอฟต์แวร์ที่เพิ่มฟีเชอร์หลากหลาย ได้แก่ ระบบ AI ผู้ช่วยที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ตโฟนหรือคลาวด์

ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับ AI ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มงวด ด้านนักพัฒนาก็สามารถนำไปต่อยอดการใช้งานได้อย่างอิสระ เพราะบริษัทเปิดแพลตฟอร์มเป็น Open Source จึงเอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมใหม่ได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ ยังมีระบบความจำเชิงบริบท (Contextual Memory) ที่พัฒนาให้ระบบ AI สามารถจดจำรายละเอียดของบทสนทนา ชื่อบุคคล และเหตุการณ์ที่ผ่านมาได้อย่างแม่นยำ เมื่อมีการสอบถามข้อมูลซ้ำ AI จะดึงข้อมูลเก่า ๆ มาสรุปและนำเสนอได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ผู้ใช้งานเหมือนมีสมุดบันทึกดิจิทัลส่วนตัวอยู่ตลอดเวลา และตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายกลุ่ม เช่น คนทำงานที่ต้องประชุม หรือติดต่อนัดหมายบ่อย ๆ ผู้สูงอายุที่ต้องการตัวช่วยจดจำรายละเอียดต่าง ๆ

ในแง่การใช้งานจริง อุปกรณ์นี้ติดตั้งหน้าจอ micro-OLED โปร่งใสซึ่งแสดงข้อความ รูปภาพ หรือข้อมูลต่าง ๆ จากระบบ AI ได้โดยตรง พร้อมกล้องและไมโครโฟนที่ทำงานร่วมกันเพื่อจับภาพและเสียงรอบข้าง ก่อนนำข้อมูลไปประมวลผลและสรุปออกมาให้เข้าใจง่าย ผู้ใช้งานจึงสามารถใช้ฟีเชอร์ต่าง ๆ เช่น การแปลภาษา การสรุปข้อความ หรือการวิเคราะห์เอกสารสั้น ๆ ได้โดยไม่ต้องใช้สมาร์ตโฟน

บริษัทผู้พัฒนาได้เพิ่ม “Vibe Mode” ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างแอปพลิเคชันผ่านคำสั่งเสียง โดยระบบ AI จะสร้างแอปพลิเคชันตามความต้องการของผู้ใช้ทันที ฟีเชอร์นี้ไม่เพียงตอบโจทย์นักพัฒนาเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถสร้างและแชร์เครื่องมือดิจิทัลของตนเองได้แม้ว่าจะไม่เคยมีทักษะด้านการเขียนโค้ดมาก่อน

แว่นตามีความบางเพียง 6 มิลลิเมตร น้ำหนักประมาณ 40 กรัม และใช้งานแบตเตอรี่ได้นานสูงสุด 14 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ระบบนำเสียงผ่านกระดูก (Bone Conduction)  ช่วยให้ผู้ใช้สามารถได้ยินเสียงรอบข้างขณะใช้งาน สะท้อนถึงแนวคิดในการออกแบบให้แว่นตาอัจฉริยะเป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้จริงตลอดวันโดยไม่รู้สึกเกะกะ

เรียบเรียงโดย ขนิษฐา จันทร์ทร

ที่มาข้อมูล: engadget, designboom, theverge, brilliant
ที่มาภาพ: brilliant
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้นเทคโนโลยี

เหตุใดคนหันมานิยมสวมใส่สมาร์ตแบนด์ที่ไม่มีหน้าจอกันมากขึ้น

ในช่วงที่ผ่านมา กระแสของสมาร์ตแบนด์ (smartband) ที่ไม่มีหน้าจอได้รับความนิยมมากขึ้น แม้กระทั่งแบรนด์ระดับโลกอย่าง Google และ Garmin ยังหันวงมาร่วมลงทุนและทำการตลาดอุปกรณ์ประเภทนี้ นำมาสู่คำถามถึงสมาร์ตแบนด์ว่าเหตุใดจึงกลายเป็นกระแสไม่แพ้นาฬิกาอัจฉริยะ

05 ก.ย. 69|7 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chainอวกาศ

ผลักดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! “ยศชนัน” ชี้ไทยทะยานสู่ Global Space Supply Chain

อว.-GISTDA ดันไทยลุยตลาดอวกาศโลก! ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ชี้อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ โชว์ THEOS-3 ทะลุเป้า Local Content ทะยานสู่ Global Space Supply Chain โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไร ตามมาอ่านกันได้เลย

04 ก.ย. 69|22 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหนวิทยาศาสตร์

นักวิทย์รู้ได้ไง? ว่า “ไดโนเสาร์” มีหน้าตาเป็นแบบไหน

เคยสงสัยไหม? ในเมื่อสิ่งที่พบเจอมีเพียงเพียงกระดูกไดโนเสาร์ซึ่งกลายเป็นฟอสซิล แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่ารูปร่างหน้าตาภายนอกของไดโนเสาร์เป็นอย่างไร Thai PBS Sci & Tech พาไปหาคำตอบ

04 ก.ย. 69|23 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
    แว่นตาอัจฉริยะ AI อัปเกรดระบบความจำ สรุปข้อมูลผ่านจอแบบเรียลไทม์ | Thai PBS Sci & Tech