จับตาสถานการณ์
หน้ารายการ ประกาศใช้ "กฎอัยการศึก" ปิดล้อม-ตรวจค้น จ.นราธิวาส
24 ก.ค. 69
ยกระดับมาตรการความมั่นคงขั้นสูงสุด หลังเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงและใช้วัตถุระเบิดโจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส จนเป็นเหตุให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และประชาชนได้รับบาดเจ็บ
ล่าสุด แม่ทัพภาค 4 สั่งปรับยุทธวิธีเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 13 คน ขณะที่ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสออกคำสั่งบังคับใช้อำนาจกฎอัยการศึก ปิดล้อม-ตรวจค้นผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องเหตุรุนแรงในพื้นที่ จ.นราธิวาส มีผลตั้งแต่ 22 ก.ค. เป็นต้นไป
สรุปเหตุการณ์โจมตีจุดตรวจและผลกระทบ
- เหตุการณ์: กลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงและใช้วัตถุระเบิดโจมตีเจ้าหน้าที่ทหารพราน
- พื้นที่เกิดเหตุ: บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส
- ความสูญเสีย: เจ้าหน้าที่ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ
- การยกระดับมาตรการ: พล.ท. นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาค 4 สั่งการยกระดับมาตรการความมั่นคงและปรับยุทธวิธี ทั้งด้านกำลังพลและจุดตรวจในพื้นที่ พร้อมเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่า 13 คน
คำสั่งใช้อำนาจ "กฎอัยการศึก" ยกระดับเข้มทั่วเมืองนราฯ
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้ออกคำสั่งที่ 131/2569 ลงนามโดย พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อบังคับใช้มาตรการทางยุทธการและการรักษาความสงบเรียบร้อยระดับเข้มข้นทั่ว จ.นราธิวาส โดยอาศัยอำนาจตามกฎอัยการศึกเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ทหารดำเนินการ
- การตั้งจุดตรวจค้น: ตั้งจุดตรวจค้นเส้นทางสาธารณะ ยานพาหนะ และเคหสถาน
- การจับกุมและกักตัว: จับกุมและกักตัวผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบได้ในทันที
มาตรการใช้อาวุธตอบโต้และการร่วมมือกับฝ่ายพลเรือน
- การใช้อาวุธตอบโต้: อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธตอบโต้ได้ทันทีเมื่อพบผู้ก่อเหตุความรุนแรงที่มีพฤติการณ์จะก่ออันตรายต่อกำลังพล โดยต้องปฏิบัติตามหลักความจำเป็นและได้สัดส่วน
- การดึงฝ่ายพลเรือนร่วมภารกิจ: ดึงฝ่ายพลเรือนเข้าร่วมภารกิจตามความต้องการของฝ่ายทหาร ในงานยุทธการ การระงับปราบปราม และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่
- ระยะเวลาการบังคับใช้: มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคมนี้ เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง




























































