น้ำท่วม 4 วัน เสียหายสูงสุด 30,000 ลบ. งบประมาณจำกัด จะเยีบวยาอย่างไร
สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ตลอด 4 วัน มีการประเมินมูลค่าความเสียหาย หลักหมื่นล้านบาท ขณะที่นักวิชาการ มองว่า โจทย์สำคัญหลังน้ำลด คือการเร่งฟื้นฟูเยียวยา ท่ามกลางข้อจำกัดด้านงบประมาณ
ถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อทั้งบ้านเรือน ทรัพย์สิน และการประกอบอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่
ผู้ประกอบการร้านค้าภายในชุมชน ระบุว่า แม้จะค้าขายดีขึ้น หลังประชาชนเข้ามาซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อกักตุน แต่ทรัพย์สินและอุปกรณ์ประกอบอาชีพ โดยเฉพาะตู้เย็น และข้าวของเครื่องใช้ ถูกน้ำท่วมพังเสียหาย
สำนักงานคณะกรรมการ กำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจ ประกันภัย หรือ คปภ. ประเมินว่า ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายหนักสุด คือ รถยนต์ เพราะน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้เคลื่อนย้ายรถไม่ทัน พร้อมกำหนดแนวปฏิบัติ มาตรฐานซ่อมรถยนต์ ไว้ 5 ระดับ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมิน เช่นเดียวกับธนาคารต่าง ๆ ที่ออกมาตรการช่วยเหลือ
มีความเห็นจาก รองศาสตราจารย์ อัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เสนอให้การเยียวยา จัดสรรตาม ภาคเศรษฐกิจและพื้นที่ โดยในกรุงเทพ กลุ่มค้าส่ง–ค้าปลีก ได้รับผลกระทบมากที่สุด ขณะที่ต่างจังหวัดเน้นภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ผ่านเครื่องมือต่าง ๆ เช่น การลดภาษีชั่วคราว กองทุนฟื้นฟูกิจการ เงินช่วยเหลือประชาชนที่ทรัพย์สินเสียหาย และการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านน้ำมัน แต่โจทย์ใหญ่ คือ งบประมาณที่มีจำกัด
นักวิชาการประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่ 24 – 27 กันยายน ครอบคลุม 48 จังหวัด มูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 16,000 - 33,000 ล้านบาท พร้อมเสนอแนวทางการเยียวยาภายใต้งบประมาณที่จำกัด




























































