เทียบแอ็กชัน รัฐบาลในต่างประเทศ บริหารจัดการวิกฤตพลังงาน
หลายประเทศประสบวิกฤตการขึ้น #ราคาน้ำมัน แต่ที่แตกต่างกันคือ แอกชันของรัฐบาลแต่ละประเทศที่มีมาตรการดูแลช่วยเหลือประชาชน อย่างประเทศแถบยุโรป ราคาพลังงานสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 200% แต่ผลกระทบไม่หนัก ส่วนหนึ่งเพราะคนยุโรปพึ่งพาขนส่งมวลชนมาก
ผู้นำสหภาพยุโรปยังเสนอใช้มาตรการชั่วคราวเพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงาน เช่น ลดภาษีไฟฟ้า, ลดค่าระบบสายส่ง และให้รัฐช่วยเหลือค่าไฟฟ้าด้วย
ส่วนออสเตรเลีย มีการปล่อยน้ำมันเบนซินและดีเซลจากคลังสำรองในประเทศ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนที่กระทบภาคเกษตร เหมืองแร่ และพื้นที่ชนบท
ขณะที่ฝั่งเอเชีย มีหลากหลายมาตรการรับมือ เช่น อินเดีย เตรียมทบทวนการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอในประเทศ อีกทั้งรัฐบาลใช้อำนาจฉุกเฉินสั่งโรงกลั่นเพิ่มการผลิตก๊าซ LPG สำหรับใช้ในครัวเรือน และลดการขาย LPG ให้ภาคอุตสาหกรรมเพื่อป้องกันการขาดแคลน, เกาหลีใต้ ผ่อนคลายข้อจำกัดการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เพิ่มการใช้พลังงานนิวเคลียร์มากขึ้น รวมถึงพิจารณาเพิ่มเงินช่วยเหลือด้านพลังงานให้ครัวเรือนรายได้น้อย,
จีน สั่งห้ามการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปเพื่อป้องกันการขาดแคลนภายในประเทศ และยังปล่อยปุ๋ยจากคลังสำรองของรัฐเพื่อรองรับฤดูเพาะปลูก และญี่ปุ่น ขอให้ออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ เพิ่มกำลังการผลิต อีกทั้งนำน้ำมันสำรองที่มีกว่า 200 วันออกมาใช้




























































