กู้ภัยฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวอพยพผู้ป่วย-ผู้สูงอายุ ชุมชนวัดกุฏิบางเค็ม
ฝนตกหนักต่อเนื่องนานกว่า 6 ชั่วโมง ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ราชบุรี ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมถนนสายหลักและชุมชนอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งเข้าอพยพเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้สูงอายุออกจากพื้นที่ท่ามกลางกระแสน้ำไหลเชี่ยว แม้ล่าสุด เช้าวันนี้ (12 ต.ค. 69) ระดับน้ำในเขตเมืองเพชรบุรีจะแห้งสนิทหลังเร่งหน่วงน้ำ แต่ที่หมู่ 4 ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ยังคงมีน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยว กระทบประชาชนกว่า 200 ครอบครัว
ฝนถั่มหนัก 6 ชั่วโมง! น้ำป่าหลากซัดเพชรบุรี-ราชบุรี กู้ภัยเร่งอพยพผู้ป่วยฝ่าสายน้ำเชี่ยว
ฝนที่ตกหนักติดต่อกันยาวนานกว่า 6 ชั่วโมง ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี และ จ.ราชบุรี ส่งผลให้เกิดวิกฤตน้ำป่าไหลหลากทะลักเข้าท่วมถนนสายหลักและบ้านเรือนประชาชนอย่างกะทันหัน
เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานเพชรบุรี ต้องเร่งระดมกำลังเข้าช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากบ้านเรือนในชุมชนวัดกุฎิบางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ซึ่งมีบ้านเรือนได้รับผลกระทบกว่า 50 หลังคาเรือน โดยการทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากระดับน้ำสูงและไหลเชี่ยวรุนแรง แต่สามารถช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมาได้อย่างปลอดภัยครบทุกคน
ความรุนแรงของมวลน้ำยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ทางลอดสำคัญหลายจุด ได้แก่ ทางลอดหน้าโรงพยาบาลเพชรรัตน์ ทางลอดไป อ.บ้านลาด และทางลอดเขาทะโมน ซึ่งมีน้ำท่วมขังสูงกว่า 30 เซนติเมตร
เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำแผงกั้นมาตั้งแจ้งเตือนและสั่งห้ามรถทุกชนิดผ่านโดยเด็ดขาด พร้อมจัดกำลังอำนวยความสะดวก ขณะที่ถนนสายหลักในเขตเมืองเพชรบุรีก็ถูกน้ำท่วมสูงบนผิวจราจร ส่งผลให้การสัญจรเดินทางของประชาชนเป็นไปด้วยความยากลำบาก
สำหรับสถานการณ์ล่าสุดในเช้าวันนี้ (12 ต.ค. 69) ระดับน้ำในเขตเมืองเพชรบุรีและจุดทางลอดต่าง ๆ ได้แห้งสนิทกลับคืนสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว
เนื่องจากมีการปรับลดอัตราการระบายน้ำของเขื่อนแก่งกระจานลงเหลือ 70 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ควบคู่กับการใช้เขื่อนเพชรช่วยหน่วงน้ำ ทำให้สามารถระบายน้ำออกจากเขตเมืองได้ทั้งหมดโดยไม่ล้นตลิ่งเข้าท่วมย่านการค้า
แม้ในเมืองจะเข้าสู่ภาวะปกติ แต่จุดที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คือ พื้นที่หมู่ 4 ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ที่ยังคงมีน้ำท่วมสูงและกระแสน้ำไหลเชี่ยวขังอยู่ในชุมชน
ชาวบ้านในพื้นที่ต้องนำเชือกมาผูกเป็นแนวไว้สำหรับยึดเกาะระหว่างสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้าน และบางส่วนต้องระเห็จไปขออาศัยอยู่บ้านญาติชั่วคราว
นายบุญเลิศ เกษทองมา ชาวบ้านในพื้นที่เปิดเผยว่า ชุมชนได้รับผลกระทบทั้งหมดกว่า 200 ครัวเรือนมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ (11 ต.ค. 69) โดยน้ำเอ่อล้นทะลักเข้ามาอย่างรวดเร็วทำให้เก็บข้าวของไม่ทันและทรัพย์สินเสียหายทั้งหมด
พร้อมระบุว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าเมื่อปี 2561 ที่เคยเจอ และขณะนี้มีความต้องการยาและเวชภัณฑ์สำหรับรักษาอาการน้ำกัดเท้าอย่างเร่งด่วน เนื่องจากคาดว่าต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมขังต่อเนื่องไปอีก 2-3 วัน
แจ้งพิกัดน้ำท่วม หรือขอความช่วยเหลือ กับ "ศูนย์สื่อสารภัยพิบัติไทยพีบีเอส" รับแจ้งสถานการณ์ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
- โทร. 02-790-2111 หรือ 02-790-2630–2
- LINE @RongTookThaiPBS



























































