ชาวเคนยาเดินหน้าคัดค้านตั้งศูนย์กักอีโบลาของสหรัฐฯ
สถานการณ์ในเคนยาทวีความน่ากังวลจากความขัดแย้งกรณีแผนการสร้างศูนย์กักกันโรคอีโบลารองรับชาวอเมริกันในฐานทัพอากาศ โดยพบหลักฐานภาพถ่ายดาวเทียมชี้ว่า การก่อสร้างยังดำเนินไปอย่างรวดเร็ว แม้ศาลฯ จะมีคำสั่งระงับและเกิดการประท้วงรุนแรง จนมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน
ขณะที่ ประธานาธิบดีเคนยาออกโรงปกป้องความร่วมมือกับสหรัฐฯ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากชาวเมืองท้องถิ่นที่ไม่ยอมรับการนำเข้าโรคระบาดร้ายแรง
เจาะภาพถ่ายดาวเทียมและปมประท้วงเดือด แผนตั้ง "ศูนย์กักกันโรคอีโบลา" ของสหรัฐฯ ในเคนยา
หลักฐานดาวเทียมพบการเร่งสร้างสวนทางคำสั่งศาล: ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดพบว่า พื้นที่ขนาดประมาณ 28 ไร่ (11 เอเคอร์) ภายในฐานทัพอากาศไลคิเปีย ทางตอนกลางของเคนยา ได้ถูกแผ้วถางจนโล่งและมีการติดตั้งเต็นท์สีขาวขนาดใหญ่เชื่อมต่อกันจำนวนมากตรงใจกลางพื้นที่ ซึ่งปรากฏลักษณะการราดยางมะตอยทำเป็นพื้นถนนเรียบร้อยแล้ว
รวมถึงพบเครื่องจักรกลหนักสำหรับปรับหน้าดินและยานพาหนะอีกจำนวนมากจอดอยู่ทางทิศตะวันออกของรันเวย์ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าการก่อสร้างดำเนินไปอย่างรวดเร็ว สวนทางกับคำสั่งของศาลเคนยาที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม หลังมีผู้ยื่นฟ้องว่าอาจกระทบต่อสาธารณสุขของประเทศ ท่ามกลางข้อวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ กำลังผลักภาระความเสี่ยงในการดูแลผู้ป่วยของตนเองมาให้ประเทศในแอฟริกา
ชาวเมืองนันยูกิปะทะเดือดสังเวยแล้ว 2 ศพ: สถานการณ์การประท้วงต่อต้านของชาวเมืองนันยูกิ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้กับฐานทัพ ทวีความรุนแรงและบานปลายจนกลายเป็นการปะทะกันอย่างดุเดือด ส่งผลให้ปัจจุบันมีรายงานยืนยันผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 2 คน โดยกลุ่มชาวเมืองยังคงรวมตัวแสดงพลังคัดค้านอย่างเหนียวแน่น เนื่องจากมองว่าโรคอีโบลาเป็นโรคติดต่อที่ร้ายแรงอย่างยิ่งและไม่สามารถยอมรับการนำเข้าโรคระบาดมาไว้ในชุมชนได้ พร้อมทั้งโจมตีรัฐบาลว่าดำเนินการอย่างเผด็จการโดยไม่มีการรับฟังความคิดเห็นหรือเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก
ท่าทีจากผู้นำเคนยาและรัฐบาลสหรัฐฯ: นายวิลเลียม รูโต ประธานาธิบดีเคนยา ได้ออกแถลงการณ์ปกป้องการตัดสินใจของรัฐบาล โดยระบุว่าการอนุญาตให้สหรัฐฯ จัดตั้งศูนย์กักกันโรคอีโบลาในประเทศนั้นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อประโยชน์ในการยกระดับระบบการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินและเป็นการแสดงความรับผิดชอบร่วมกันในฐานะพันธมิตรระดับสากล
ขณะที่ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังคงปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว มีเพียงสถานทูตสหรัฐฯ ณ กรุงไนโรบี ที่ระบุว่ากำลังร่วมมือกับรัฐบาลเคนยาเพื่อแก้ไขข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น



























































