เจ้าหน้าที่ EOD เก็บกู้วัตถุระเบิด พื้นที่ชายแดน "สระแก้ว"
ผ่านพ้นไปแล้วกว่า 48 ชั่วโมง หลังการลงนามข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา สถานการณ์ในพื้นที่ จ.สระแก้ว เริ่มคลี่คลาย แต่ภารกิจสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือ การกู้วิกฤตพื้นที่สังหารให้กลับมาเป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ EOD ต้องเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเก็บกู้วัตถุระเบิดตกค้างจำนวนมาก ก่อนจะอนุญาตให้ชาวบ้านกลับเข้าพื้นที่ในวันที่ 31 ต.ค. นี้ ท่ามกลางเสียงสะท้อนของคนในพื้นที่ที่ยังไม่วางใจสถานการณ์
EOD ปูพรม 11 จุดเสี่ยง กู้ "โดรนพลีชีพ-ลูกปืน ค." เกลื่อนชายแดน
ภารกิจกู้ชีพกู้ภัยครั้งนี้เป็นการระดมกำลังครั้งใหญ่ของ ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) ภูธรจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับ ตชด., ทหาร และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่เป้าหมาย 11 จุด ใน อ.โคกสูง และ อ.ตาพระยา เพื่อเคลียร์พื้นที่ให้ปลอดภัย 100%
พ.ต.อ. จตุรภัทร สิงหัษฐิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยข้อมูลว่า อาวุธที่พบตกค้างส่วนใหญ่เป็นลูกระเบิดจากปืน ค. และ RPG ที่ยังทำงานไม่สมบูรณ์ แต่ที่น่ากังวล คือ เทคโนโลยีสังหารใหม่ ๆ
"ตรวจสอบพบโดรนพลีชีพด้วย ซึ่งมีลูกปืน ค. ขนาด 82 ติดมาด้วย ลักษณะเอาไว้พุ่งชน แต่ยังทำงานไม่สำเร็จ"
ฤทธิ์ "BM-21" ถล่มบ้านตำรวจพัง-สุนัขเจ็บ ชาวบ้านลั่น "ไม่เชื่อน้ำลาย" กัมพูชา
ผลพวงจากการปะทะยังทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ที่บ้านหนองเสม็ด ด.ต. ขจรเกียรติ กันหากุลวัฒน์ ตำรวจ สภ.โคกสูง คือหนึ่งในผู้ประสบภัย บ้านพักถูกจรวด BM-21 ตกใส่หน้าบ้านจนเสียหายจากแรงระเบิด ซ้ำร้าย "เจ้าส้มโอ" สุนัขเพศเมียวัยไม่ถึง 1 ปี ถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บที่ขา ซึ่งต้องปฐมพยาบาลกันเองเนื่องจากคลินิกยังปิดทำการ
แม้จะมีการลงนามหยุดยิงแล้ว แต่ดาบตำรวจขจรเกียรติ และชาวบ้านในพื้นที่ จ.สระแก้ว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า
"ส่วนตัวไม่เชื่อว่า ฝ่ายกัมพูชาจะปฎิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง เพราะตัวเองเป็นคนเกิดในพื้นที่ พบเห็นการกระทำของกัมพูชามากว่าครึ่งชีวิต"
อย่างไรก็ตาม ลึก ๆ แล้วชาวบ้านทุกคนต่างภาวนาไม่ให้เกิดการสู้รบขึ้นอีก เพราะการต้องอพยพหนีตายส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิถีชีวิต อาชีพ และรายได้ที่หายไป




























































