"ศรีลังกา" ขึ้นแท่นศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์แห่งใหม่
ศรีลังกาถูกจับตามองในฐานะศูนย์กลางอาชญากรรมไซเบอร์ หลังจากขบวนการอาชญากรรม ย้ายฐานออกจากอาเซียน
ความเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้ศรีลังกากำลังเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของอัตราการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ในระดับน่ากังวล ผู้ก่อเหตุจำนวนมากเดินทางเข้าประเทศในฐานะนักท่องเที่ยว และลักลอบตั้งฐานปฏิบัติการหลอกลวงผู้เสียหายทั่วโลก
ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมาทางการศรีลังกาได้บุกตรวจค้นสถานที่พัวพันขบวนการหลอกลวงออนไลน์มากกว่า 10 ครั้ง จับกุมชาวต่างชาติ 700 คน และ ส่งตัวกลับประเทศต้นทาง ปฏิบัติการนี้มีเครือข่ายอาชญากรรมจีนคอยอยู่เบื้องหลัง ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นชาวจีนแต่ผู้ร่วมขบวนการมีหลายสัญชาติทั้งเวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย ลาว ฟิลิปปินส์ เมียนมา ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดเดินทางเข้าศรีลังกาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวทำให้ศรีลังกากลายเป็นจุดศูนย์กลางแห่งใหม่ของขบวนการ
หลายสิบปีที่ผ่านมา เครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ข้ามชาติ ขึ้นแท่นธุรกิจอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมื่อปี 2024 สหรัฐฯ ประเมินว่า ชาวอเมริกันสูญเสียเงินให้ศูนย์หลอกลวงในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่การปราบปรามอย่างจริงจังของรัฐบาลหลายประเทศที่เผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้ปราบปรามเครือข่ายเหล่านี้
หลังจากที่ ศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงออนไลน์จำนวนมากถูกกวาดล้าง ทำให้ขบวนการอาชญากรรมต้องแสวงหาฐานดำเนินงานใหม่ โดยพบข้อมูลว่า ศรีลังกาสามารถขอวีซ่านักท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ด้วยวีซ่า “Digital Nomad” สำหรับผู้ทำงานทางไกลไม่นาน การดูแลซิมการ์ด และการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่เข้มงวด สำนักงานและโรงแรมให้เช่าจำนวนมาก ราคาไม่สูงเกินไป ทำให้ชาวจีนอาศัยและทำธุรกิจจำนวนมาก จนไม่เป็นที่ผิดสังเกต ขณะที่ กฎหมายการพนัน และเกมออนไลน์มีความผ่อนปรนมากขึ้นไปด้วย




























































