วัดกึ๋นรัฐบาล อนุทิน ฝ่าวิกฤตพลังงาน
รศ.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง ให้สัมภาษณ์ในรายการ "มุมการเมือง" ประเด็นแนวทางในการบริหารจัดการสถานการณ์ของรัฐบาลอนุทิน มองว่า "เดินมาถูกทาง" ทั้งเรื่องการพยุงราคาสินค้า การแสวงหาแหล่งพลังงานอื่น ๆ ทดแทนจากรัสเซีย แอฟริกา และมาเลเซีย รวมถึงมาตรการลดใช้พลังงาน 5% และการใช้กองทุนหรือออก พรก.เพื่อตรึงราคาน้ำมันดีเซลแบบขั้นบันได
ส่วนผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยนั้น รศ.สมชาย เชื่อว่าไทยจะไม่เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย เพราะสถานการณ์วิกฤตพลังงานไม่ได้เลวร้ายไปมากจนถึงขนาดที่ไม่สามารถรับมือได้ แต่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจคาดว่าไม่เป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ 2.5-2.6% ซึ่งรัฐบาลต้องเตรียมมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและการส่งออก เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ไม่ให้อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดการณ์มากจนเกินไป
นอกจากนี้ รัฐบาลควรเพิ่มเติมเรื่องของการสื่อสารกับประชาชน หลังจากที่ผ่านมาเกิดการสื่อสารน้อยเกินไป ทำให้เกิดการตื่นตระหนก และทำให้เกิดการกักตุนพลังงาน จึงปรากฏเป็นภาพความวุ่นวายที่เกิดขึ้น
เพราะหากวิเคราะห์จากสถานการณ์พบว่า สาเหตุน้ำมันขาดแคลนชั่วคราว ไม่ใช่เพราะโรงกลั่นถูกทำลายทั้งหมด แต่เกิดจากการปิดเส้นทางขนส่งในตะวันออกกลาง เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ประเทศอย่างบาห์เรน กาตาร์ และคูเวตส่งออกไม่ได้ ขณะที่ โลกมีน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ที่เพียงพอสำหรับชดเชยส่วนที่หายไปได้ประมาณ 3 เดือน สถานการณ์นี้จึงเป็นวิกฤตระยะสั้นไม่ใช่ทั้งปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อทิศทางสงครามตะวันออกกลาง รศ.สมชาย คาดว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อประมาณ 3-4 สัปดาห์ หรืออย่างมาก 1-2 เดือน เนื่องจากแรงกดดันจากสหรัฐฯ และพันธมิตรที่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนพลังงานจะบีบให้หาทางลงในที่สุด




























































