ค่าไฟไทยจ่อขยับสูง! แหล่งก๊าซ LNG กาตาร์เสียหายรุนแรง
แรงสั่นสะเทือนจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังแหล่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในกาตาร์ถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ส่งผลให้ราคาก๊าซ LNG ในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นเกือบเท่าตัว ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่จะดันท่าทีค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค. - ส.ค. 69) ให้ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิง
ขณะที่ ภาครัฐกำลังเร่งหามาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาและตรึงค่าไฟไว้ที่ระดับเดิมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
วิกฤตก๊าซ LNG พุ่งเกือบเท่าตัว ดันต้นทุนผลิตไฟฟ้าไทย
ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากราคาเชื้อเพลิงในตลาดโลกที่ผันผวนอย่างรุนแรง
- ราคาเชื้อเพลิงดีดตัวสูง: นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ระบุว่า ราคาก๊าซ LNG ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 25 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากเดิมก่อนเกิดสถานการณ์ความไม่สงบ อยู่ที่เพียง 11 เหรียญ
- ส่งผลกระทบโดยตรง: การเพิ่มขึ้นของต้นทุนกว่าเท่าตัวนี้ส่งผลให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- กรอบเวลาประกาศค่าไฟ: กกพ. อยู่ระหว่างพิจารณาอัตราค่าไฟงวดใหม่ คาดว่าจะประกาศได้ภายในสัปดาห์หน้า หรืออย่างช้าในช่วงต้นเดือนเมษายนนี้
มาตรการรัฐ "ตรึงค่าไฟ" 3.88 บาท พร้อมงัดเงินคอลแบ็กช่วยอุ้ม
เพื่อไม่ให้ประชาชนแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงเกินไป รัฐบาลได้ส่งสัญญาณชัดเจนในการควบคุมราคาค่าไฟฟ้าในงวดที่จะถึงนี้
- เป้าหมายราคา: รัฐบาลมีแผนจะตรึงค่าไฟไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
- เครื่องมือทางการเงิน: กกพ. เตรียมนำเงินคอลแบ็ก (Call Back) ที่เหลืออยู่ประมาณ 9,400 ล้านบาท เข้ามาช่วยดูแลส่วนต่างต้นทุน
การปรับแผนพลังงาน: มีแผนลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติโดยการเพิ่มสัดส่วนพลังงานจากแหล่งอื่น เช่น ถ่านหินจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และพลังงานหมุนเวียน เพื่อให้ต้นทุนโดยรวมลดลง
อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ความผันผวนของราคาพลังงานโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าในระยะต่อไป


























































