ฝากขัง "เล้ง แซ่มแล่ม" ผิด 3 ข้อหา เจ้าตัวขอโทษผู้เสียหาย
เหตุการณ์ทำร้ายร่างกายหญิงวัย 27 ปี บริเวณห้าแยกลาดพร้าว กลายเป็นคดีที่ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังผู้ก่อเหตุคือ "เล้ง แซ่มแล่ม" วัย 19 ปี ถูกตำรวจดำเนินคดี 3 ข้อหา ก่อนถูกควบคุมตัวไปขออำนาจศาลฝากขัง โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเกิดอารมณ์หัวร้อนจากเสียงแตร และกล่าวขอโทษผู้เสียหายระหว่างถูกนำตัวขึ้นรถไปศาล
จากความหัวร้อนบนท้องถนน สู่วันถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ
ช่วงเช้าที่มีการควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลแขวงพระนครเหนือ นายณัฐนนท์ หรือ "เล้ง แซ่มแล่ม" วัย 19 ปี ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกายและทุบรถยนต์ของหญิงสาววัย 27 ปี ถูกพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ควบคุมตัวออกจากห้องควบคุม พร้อมยื่นคำร้องคัดค้านการประกันตัว
ระหว่างถูกนำตัวออกไป ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดี แต่ผู้ต้องหามีท่าทีไม่ต้องการตอบคำถาม
นายเล้งให้การว่า สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวมาจากความหัวร้อนจากเสียงแตรรถ และอ้างว่าไม่เห็นผู้เสียหายยกมือไหว้ขอโทษ
นอกจากนี้ ยังกล่าวว่าในจังหวะที่เปิดประตูรถออกไปนั้น ไม่ทราบว่าคู่กรณีเป็นผู้หญิง
ระหว่างถูกควบคุมตัวขึ้นรถเพื่อส่งฝากขัง ผู้ต้องหายังคงปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับคดี เหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ สน.บางโพ และประเด็นเกี่ยวกับยาเสพติด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเล้งมีการสะบัดตัวและแสดงอาการไม่พอใจต่อสื่อมวลชน ก่อนกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า "ผมแค่อยากขอโทษเขา คนอื่นไม่เกี่ยวข้องก็ออกไปดีกว่า"
ภายหลังการตรวจสอบ ตำรวจพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหา จึงดำเนินคดีรวม 3 ข้อหา ได้แก่
- ทำร้ายร่างกายผู้อื่น
- ทำให้เสียทรัพย์
- เสพยาเสพติด
คดีดังกล่าวจึงถูกส่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลแขวงพระนครเหนือ
ต่อมา ศาลแขวงพระนครเหนือได้รับฟ้องคดีไว้เป็นคดีอาญา โดยจำเลยให้การรับสารภาพต่อข้อกล่าวหา
ศาลจึงมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะประวัติและจัดทำรายงานเสนอศาล ก่อนนัดพิพากษาและไกล่เกลี่ยคดีแพ่งภายใน 15 วัน พร้อมกำหนดนัดฟังคำพิพากษาและไกล่เกลี่ยในคดีส่วนแพ่งวันที่ 15 ธันวาคมนี้ เวลา 09.30 น.
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ทำให้ศาลมีคำสั่งออกหมายขังและส่งตัวเข้าเรือนจำ
ด้านผู้เสียหายเปิดเผยว่า อาการบาดเจ็บบริเวณดวงตาซ้ายเริ่มมีอาการอักเสบและปวดมากขึ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดเพิ่มเติม และรอการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ผู้เสียหายยังได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชน ชาวเน็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ร่วมกันช่วยแจ้งเบาะแสและติดตามข้อมูล จนสามารถนำไปสู่การจับกุมตัวผู้ต้องหาได้อย่างรวดเร็ว และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป



























































