1 ปี สู้รบไทย-กัมพูชา กองทัพไทยเร่งเสริมความมั่นคงชายแดน
ครบรอบ 1 ปี เหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา นับตั้งแต่การเจรจาหยุดยิงเมื่อ 27 ธ.ค. ปีที่แล้ว กองทัพไทยเดินหน้าเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ควบคุมและสถาปนาได้เบ็ดเสร็จอย่างช่องอานม้า ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทคนา ผ่านการตัดเส้นทางยุทธศาสตร์และพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ควบคู่กับการเยียวยากำลังพลอย่างเร่งด่วน
การจ่ายเงินเยียวยากำลังพลผู้เสียสละ
ในห้วงการสู้รบเมื่อเดือนกรกฎาคมและธันวาคมปีที่แล้ว มีกำลังพลเสียชีวิตกว่า 40 นาย และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่งกองทัพได้เร่งเยียวยาช่วยเหลือตามสิทธิ์
- ผู้เสียชีวิต: ได้รับเงินเยียวยารายละ 10 ล้านบาท (ดำเนินการจ่ายครบทุกรายแล้ว)
- บาดเจ็บสาหัสสูญเสียอวัยวะ: ได้รับเงินเยียวยารายละ 10 ล้านบาท (ดำเนินการจ่ายครบทุกรายแล้ว)
- บาดเจ็บจากการสู้รบ / บาดเจ็บเล็กน้อย: ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตัดเส้นทางยุทธศาสตร์ พัฒนาระบบสาธารณูปโภคชายแดน
กองทัพได้เร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานตลอดแนวชายแดนที่ไทยเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและการปฏิบัติงานของกำลังพล ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 50
- เส้นทางเชื่อมช่องอานม้า - ภูโคกใหญ่ (เนิน 754) จ.อุบลราชธานี: ระยะทาง 24 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ จากเดิมต้องเดินเท้าลาดตระเวนนานถึง 13 ชั่วโมง ปัจจุบันใช้รถยนต์ตรวจการณ์และร่นระยะเวลาเหลือเพียง 1 ชั่วโมง อำนวยความสะดวกในการลำเลียงเสบียงและยุทโธปกรณ์
- เส้นทางมุ่งสู่ภูมะเขือ จ.ศรีสะเกษ: เดิมเป็นจุดสูงข่มที่ไทยใช้เวลาผลักดันทหารกัมพูชาถึง 2 วัน ปัจจุบันพัฒนาถนนเป็นคอนกรีต เพิ่มความรวดเร็วในการเดินทางและลำเลียงยุทโธปกรณ์
- เส้นทางสู่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์: ก่อสร้างเป็นถนนลูกรังตัดใหม่ผ่านแนวป่าทอดยาวถึงตัวปราสาท พร้อมพัฒนาพื้นที่ตามแนววางกำลัง
การสถาปนาพื้นที่ยึดครอง และแนวทางการพัฒนาในอนาคต
ไทยสามารถเข้าควบคุมและสถาปนาพื้นที่ซึ่งกัมพูชาเคยใช้เป็นฐานทหารได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นภูมะเขือ, ปราสาทตาควาย, ปราสาทคนา และช่องอานม้า โดยมีบังเกอร์และการพัฒนาระบบต่าง ๆ เพื่อการปฏิบัติงาน
นอกจากนี้ ในพื้นที่อย่างปราสาทคนามีแผนเตรียมพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในอนาคต โดยจะดึงชุมชนและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ร่วมกับฝ่ายความมั่นคง
สถานการณ์ปัจจุบันและความรู้สึกของคนในพื้นที่
แม้นับตั้งแต่การเจรจาหยุดยิงรอบล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ธันวาคมปีที่แล้ว ทหารทั้ง 2 ฝ่ายจะยังคงวางกำลังในพื้นที่ของตัวเอง และการเผชิญหน้าทางทหารจะยุติลง แต่ในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ชาวบ้านตามแนวชายแดนระบุว่ายังไม่เคยวางใจสถานการณ์ ตราบใดที่กัมพูชายังคงเป็นภัยคุกคามด้านความมั่นคง




























































