ว่าด้วยเรื่องคดีอุบัติเหตุที่พลิกมาเป็นการพยายามฆ่า
คดีที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้ของเสี่ยวอู๋ กลายเป็นบทเรียนสำคัญในการทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่างการขับรถชนโดยประมาทกับเจตนาฆ่า ที่มีผลต่อการลงโทษอย่างมหาศาล เริ่มแรกคดีนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงอุบัติเหตุทั่วไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ความรับผิดชอบของผู้ขับขี่จะแตกต่างไปจากกรณีที่มีเจตนาอย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อจำเลยมาสารภาพในภายหลังว่าตนมีเจตนาขับรถชนจริง ทุกอย่างจึงเปลี่ยนไป
การบิดเบือนหรือปกปิดข้อเท็จจริงในตอนแรกทำให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างอุบัติเหตุกับเจตนาฆาตกรรม เพราะเจตนาฆ่าถือเป็นความผิดที่มีโทษสูงสุดและร้ายแรงมาก
ศาลพบว่าจำเลยมีเจตนาขับรถพุ่งเข้าชนผู้ตายและผู้เสียหายหลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ส่งผลให้นายศักดิ์ชัยบัวงามเสียชีวิต และทำให้นางพรพรรณ เด็กชายชาลี และเด็กหญิงชลดาบัวงาม ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่า ซึ่งถือเป็นความผิดกรรมเดียว
ศาลพิจารณาลงโทษตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรค 3 ซึ่งเป็นโทษสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 10 ปี และปรับ 200,000 บาท
คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการมีเจตนาหรือไม่มีเจตนาในการกระทำผิด สามารถเปลี่ยนแปลงลักษณะความผิดและการลงโทษได้อย่างมากมาย ทำให้เป็นบทเรียนสำคัญในการทำความเข้าใจระบบกฎหมายอาญาของไทย
????ชม #ซีรีส์ #สืบสวนสำนวนรัก2 อีกครั้งทาง www.VIPA.me และ www.thaipbs.or.th/InvestigationOfLove



























































