"ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" ยอดหนี้พุ่ง! ธปท.จ่อคุมอายุ-วงเงิน-ดอกเบี้ย
มนุษย์เงินผ่อนอาจต้องเปลี่ยนพฤติกรรม หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมเสนอกระทรวงการคลัง ออกประกาศเกณฑ์กำกับสินเชื่อ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" บนแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดบังคับใช้ภายในปีนี้
ประชาชนบางส่วนอาจเคยผ่อนชำระค่าสินค้า อย่าง "ค่าส้มตำ-ชานมไข่มุก" ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเติบโตของจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ขยายตัวเฉลี่ย ร้อยละ 99.99 ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับการเติบโตของมูลค่าสินเชื่อ ขยายตัวสูงถึง ร้อยละ 38 ต่อปี คิดเป็นมูลหนี้กว่า 18,000 ล้านบาท สวนทางกับการปล่อยสินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน โดยเฉพาะกลุ่มเพิ่งเริ่มทำงาน อายุ 20-35 ปี กลายเป็นกลุ่มผู้มีหนี้เสียสูงที่สุด
สอดคล้องกับ ศูนย์วิจัยอีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ สำรวจพบว่าผู้ใช้บริการสินเชื่อ "ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง" กระจุกตัวในกลุ่ม ผู้บริโภคอายุน้อยและรายได้น้อย โดยเฉพาะนักศึกษา และผู้เริ่มทำงานใหม่ อายุ 25-30 ปี มีอัตราการค้างชำระหนี้มากกว่ากลุ่มอื่น
แบงก์ชาติ พบว่า ผู้ให้บริการสินเชื่อบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ มักออกแบบให้ชำระค่าสินค้าจากวงเงินสินเชื่อโดยไม่รู้ตัว จูงใจให้ส่วนลด หรือส่งเสริมการขายว่ายังไม่ต้องจ่ายวันนี้ กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ อีกทั้งยังแสดงยอดการผ่อนต่อเดือนที่ดูเหมือนน้อย แต่หากคำนวณดอกเบี้ยรายปี อาจทำให้ต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงถึงปีละ 18.79 ต่อปี แบงก์ชาติจึงเตรียมยกร่างประกาศ หลักเกณฑ์กำกับดูแล สินเชื่อ ชำระค่าสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยอาจกำหนดอายุขั้นต่ำ ประเภทสินเชื่อ มูลค่าสินค้าขั้นต่ำ เป็นต้น คาดว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ภายในปีนี้




























































