พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช มรดกโลกแห่งใหม่ของไทย
สิ้นสุดการรอคอยกว่า 10 ปี... พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ปูชนียสถานแห่งศรัทธาอายุยาวนานกว่า 1,000 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก ณ นครปูซาน
สร้างความปิติยินดีแก่ประชาชนและพุทธศาสนิกชน พร้อมเปิดประตูสู่โอกาสสำคัญในการขยายผลด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมสู่สายตาคนทั่วโลก
สถาปัตยกรรมแห่งพุทธศรัทธาอันทรงคุณค่ากว่า 1,000 ปี
ความงดงามของพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เกิดขึ้นจากพุทธศรัทธาที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นปูชนียสถานที่ยังมีชีวิตและจิตวิญญาณ โดยมีเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่น
- ปลียอดองค์เจดีย์: ปลียอดทองคำน้ำหนักเกือบ 200 กิโลกรัม ประดับอัญมณีเหนือยอดบัลลังก์เจดีย์แบบเดิมในยุคสมัยปาละ
- โครงสร้างองค์เจดีย์: ซ้อนสลับด้วยชั้นอิฐหลายชั้น มีอายุยาวนานกว่า 1,000 ปี
- ฐานและบริเวณโดยรอบ: รอบฐานพระเจดีย์มีประติมากรรมช้างล้อม ส่วนลานประทักษิณชั้นบนมีเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมทั้งสี่มุมรอบองค์พระเจดีย์ใหญ่
บรรยากาศความยินดีกับการรอคอยยื่นมรดกโลกกว่า 10 ปี
การประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ นำมาซึ่งบรรยากาศแห่งความปิติยินดีของผู้คนที่เกี่ยวข้อง
- ปิติยินดีทั่ววัดพระมหาธาตุฯ: พุทธศาสนิกชน ประชาชน และข้าราชการที่มาร่วมงานเฉลิมฉลอง ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ต่างมีรอยยิ้มและแววตาแห่งความดีใจ โดยหลายคนระบุว่ารอคอยวันนี้มาตลอดชีวิต
- ความประทับใจจากชาวต่างชาติ: ชาวนิวซีแลนด์ผู้ย้ายมาอยู่เมืองไทยกว่า 20 ปี และเปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธหลังได้มากราบสักการะ ได้เดินทางกลับมาที่วัดอีกครั้ง พร้อมระบุว่าพระบรมธาตุเจดีย์สมควรแก่คุณค่าอย่างยิ่งในการเป็นมรดกโลก และจะช่วยให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น
- ผลแห่งความมุ่งมั่น: ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการต่อสู้อย่างยาวนานกว่า 10 ปี ทั้งการศึกษา การวิจัย การค้นคว้า และความตั้งใจจริงของผู้เกี่ยวข้องทุกคนในการผลักดันมรดกแห่งความศรัทธาของไทยสู่ระดับโลก
โอกาสครั้งสำคัญในการยกระดับการท่องเที่ยวไทย
พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ถือเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งที่ 6 และเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมั่นว่า การได้รับรองเป็นมรดกโลกครั้งนี้ จะเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้เติบโตยิ่งขึ้น จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนไม่ต่ำกว่า 4,500,000 คนต่อปี
เรียบเรียงจากรายงานของ คุณติชิลา พุทธสาระพันธ์




























































