เราคือรุ่นสุดท้ายที่ได้เห็น ? สำรวจวิกฤตเงียบที่ "หิ่งห้อย" กำลังเผชิญทั่วโลก


Environment

THANATCHA SUVIBUY

Thai PBS
แชร์

เราคือรุ่นสุดท้ายที่ได้เห็น ? สำรวจวิกฤตเงียบที่ "หิ่งห้อย" กำลังเผชิญทั่วโลก

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4158

เราคือรุ่นสุดท้ายที่ได้เห็น ? สำรวจวิกฤตเงียบที่ "หิ่งห้อย" กำลังเผชิญทั่วโลก

เราทุกคนต่างคุ้นเคยกับ “หิ่งห้อย” แมลงปีกแข็งตัวจิ๋วที่โดดเด่นด้วยการเปล่งแสงระยิบระยับล้อไปกับความมืดยามค่ำคืน นอกเหนือจากความงดงามชวนฝันที่สร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นแล้ว การมีอยู่ของหิ่งห้อยยังทำหน้าที่เป็น “ตัวชี้วัดทางชีวภาพ” ชิ้นสำคัญที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศในพื้นที่นั้นอีกด้วย

ตามธรรมชาติแล้ว หิ่งห้อยมักจะเลือกปักหลักอยู่บริเวณพื้นที่ชุ่มน้ำที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำสะอาดและมีพืชพรรณขึ้นหนาแน่น เช่น หนองน้ำ ป่าชายเลน หรือป่าพรุ ซึ่งสภาพแวดล้อมเหล่านี้เอื้อต่อการเติบโตของตัวอ่อนและการส่องแสงเพื่อหาคู่ สำหรับในประเทศไทย แหล่งชมหิ่งห้อยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันดีอย่าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม และคุ้งบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

แม้ หิ่งห้อย จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เราได้ยินชื่อมาตั้งแต่เด็ก ทว่าในปัจจุบันพวกมันกลับกลายเป็น สัตว์หาตัวยาก และมีคนยุคนี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีโอกาสได้สัมผัสแสงระยิบระยับของพวกมันด้วยตาตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้น ประชากรหิ่งห้อยทั่วโลกกำลังลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย จนทำให้ ราฟาเอล เดอ ค็อก (Raphaël De Cock) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติวิทยาชาวเบลเยียม ต้องออกมาส่งสัญญาณเตือนว่า หากเรายังปล่อยให้สิ่งแวดล้อมถูกทำลายต่อไปในอัตราเร่งเช่นนี้ เราอาจกลายเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่ได้เห็นแสงอันงดงามของหิ่งห้อยตามธรรมชาติ

3 สิ่งที่กำลังดับแสงและคุกคามประชากรหิ่งห้อย

จากการศึกษาพบว่า วงจรชีวิตของแมลงแห่งแสงไฟชนิดนี้กำลังถูกรุกรานจากน้ำมือมนุษย์และสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนผ่าน 3 ตัวการหลัก

บ้านเกิดที่เคยอยู่ ถูกทำลายและปนเปื้อนสารเคมี ข้อมูลจาก องค์กรอนุรักษ์และวิจัยหิ่งห้อย (Firefly Conservation & Research) ในสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ตัวอ่อนของหิ่งห้อยจำเป็นต้องอาศัยอยู่ตามผิวดินที่ชุ่มชื้นใกล้แหล่งน้ำสะอาด แต่การขยายตัวของเมืองและการก่อสร้างเชิงพาณิชย์อย่างไร้ทิศทางได้เข้าไปทำลายบ้านของพวกมันโดยตรง ซ้ำร้ายยังมีการปนเปื้อนของสารเคมีและยาฆ่าแมลงในระบบนิเวศ ซึ่งเปรียบเสมือนการตัดวงจรชีวิตของพวกมันตั้งแต่ยังไม่โตเต็มวัย

ธรรมชาติแปรปรวน จนปรับตัวไม่ทัน หิ่งห้อยเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตได้ดีในสภาพอากาศอบอุ่นชื้น ดาริน แมกนีล (Darin McNeil) นักวิจัยด้านสัตว์ป่าจากมหาวิทยาลัยเคนตักกี้ เปิดเผยกับ BBC ว่า การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเพียงเล็กน้อยสามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อวงจรการผสมพันธุ์ เมื่อโลกอุ่นขึ้น สภาพอากาศก็คาดเดาได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วมฉับพลันที่ซัดพาตัวอ่อนหายไป หรือสภาวะภัยแล้งที่แห้งแล้งเกินกว่าที่ตัวอ่อนจะมีชีวิตอยู่ได้

แสงไฟจากเมืองใหญ่ บดบังแสงหาคู่ยามค่ำคืน หิ่งห้อยต้องการความมืดมิดที่สนิทใจเพื่อเรืองแสงดึงดูดเพศตรงข้าม ทว่าในปัจจุบัน แสงไฟส่องสว่างจากหลอด LED ตามท้องถนน ป้ายโฆษณายักษ์ หรือแสงไฟจากอาคารบ้านเรือนในยามค่ำคืน กลับสว่างจ้าจนบดบังแสงกระพริบของพวกมัน ส่งผลให้การสื่อสารเพื่อหาคู่และผสมพันธุ์ล้มเหลว และนำไปสู่การลดจำนวนลงจนเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

จริงหรือ เราคือคนยุคสุดท้ายที่จะได้เห็นหิ่งห้อย ?

ในความจริงแล้ว หิ่งห้อยไม่ได้กำลังจะหายไปจากโลกในชั่วข้ามคืน และสถานการณ์ในปัจจุบันก็อาจจะยังไม่ถึงขั้นใจร้ายจนทำให้เรากลายเป็นคนรุ่นสุดท้ายที่ได้เห็นพวกมัน เบน ไพเฟอร์ (Ben Pfeiffer) ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติวิทยาได้ให้มุมมองผ่าน Discover Magazine ไว้อย่างน่าสนใจว่า สิ่งที่น่ากังวลแท้จริงคือการสูญเสีย "ความหลากหลายทางชีวภาพ"

หิ่งห้อยบางสายพันธุ์มีความเปราะบางสูงและจำเป็นต้องพึ่งพาระบบนิเวศหรือพืชพรรณที่เฉพาะเจาะจงอย่างมากในการดำรงชีวิต เมื่อบ้านของพวกมันถูกทำลาย สายพันธุ์ที่อ่อนแอเหล่านี้จะล้มหายตายจากไปก่อน สิ่งที่หลงเหลือให้เราได้เห็นในอนาคตจึงอาจมีเพียงหิ่งห้อยสายพันธุ์ทั่วไปที่พบเห็นได้ง่ายและปรับตัวเข้ากับเมืองได้ดีกว่า อย่างสายพันธุ์ “Photinus pyralis” เท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม วิกฤตเงียบครั้งนี้ยังพอมีทางแก้ไข หากเราทุกคนหันมาร่วมมือกันตั้งแต่วันนี้ เริ่มต้นง่าย ๆ จากการลดมลภาวะทางแสงด้วยการปิดไฟนอกบ้านในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในสวน และช่วยกันดูแลรักษาพื้นที่สีเขียวรอบตัว เพื่อคืนความมืดและระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้แสงหิ่งห้อยได้อยู่บนโลกใบนี้ไปอีกนาน

หากคุณต้องการเกาะติดสถานการณ์สิ่งแวดล้อมโลกและค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติ สามารถติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมจาก Thai PBS ได้ที่นี่

ที่มา: Discover Magazine, National Geographic


คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สิ่งแวดล้อมClimate Changeหิ่งห้อย
THANATCHA SUVIBUY

ผู้เขียน: THANATCHA SUVIBUY

นักเขียนผู้นับถือแมวเป็นศาสนา และมีไอดอลเกาหลีเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

บทความ NOW แนะนำ