เอ่ยคำว่า “ข้าราชการ” มีประวัติมายาวนานนับพันปี โดยเฉพาะในประเทศจีน มีธรรมเนียมหนึ่งที่ผู้คนคุ้นเคย กับคำว่า “จอหงวน” หรือการสอบเพื่อเฟ้นหาขุนนางหรือข้าราชการของจีนในอดีต Thai PBS ชวนย้อนเวลาไปรู้จัก “การสอบจอหงวน” ต้นตำรับของการสอบข้าราชการจีนที่ได้ชื่อว่า “โหดหินที่สุด” ในคราวเดียวกันก็มีกลโกงไม่น้อยไปกว่าการสอบประเภทอื่น ๆ เช่นเดียวกัน
“สอบจอหงวน” คืออะไร
คำว่า “จอหงวน” มีความหมายว่า ผู้ที่สอบได้อันดับที่ 1 โดยระบบการสอบจอหงวน หรือ “ระบบเคอจี่ว์” เป็นระบบการสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าไปเป็นขุนนางหรือข้าราชการของประเทศจีนในสมัยโบราณ ระบบนี้ถือเป็นหนึ่งในระบบการสอบที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของโลก
ระบบการสอบจอหงวน หรือการสอบเพื่อเข้าเป็นขุนนาง-ข้าราชการ เริ่มมีขึ้นในช่วง ค.ศ. 605 ในสมัยราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581-618) เหตุผลที่ทำให้เกิดระบบการสอบคัดลือก เนื่องจากต้องการเปิดโอกาสให้สามัญชนที่มีความรู้ความสามารถ ได้เข้ามาทำงานให้กับรัฐ
ระบบการสอบจอหงวน ถูกใช้มายาวนานกว่า 1,300 ปี โดยผ่านช่วงรัชสมัยหลายราชวงศ์ของจีน อาทิ สุย, ถัง, ซ่ง, หยวน, หมิง กระทั่งมาสิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1905 ช่วงปลายสมัยราชวงศ์ชิง สาเหตุที่การสอบจอหงวนค่อย ๆ ลดความสำคัญลงไป เนื่องจากเนื้อหาที่ใช้สอบ ไม่สอดคล้องกับวิทยาการยุคใหม่ ๆ โดยเฉพาะความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สู้กับประเทศแถบตะวันตกไม่ได้
ลักษณะการสอบจอหงวนเป็นอย่างไร
การสอบจอหงวนไม่ได้สอบครั้งเดียวผ่าน แต่ต้องไต่เต้าผ่านด่านทั้งหมด 3 ระดับใหญ่ ๆ โดยแบ่งเป็น
- การสอบระดับท้องถิ่น เป็นการคัดเลือกผู้มีความรู้ในระดับอำเภอหรือมณฑล ใครสอบผ่านจะได้สิทธิ์ไปสอบต่อในระดับที่สูงขึ้น
- การสอบระดับภูมิภาค มักจัดขึ้นที่เมืองหลวงของมณฑล ระยะวลาการสอบ 3 ปีมีครั้ง ใครสอบผ่านระดับนี้ จะเริ่มได้รับการแต่งตั้งเป็นข้าราชการท้องถิ่น
- การสอบระดับชาติและหน้าพระที่นั่ง ผู้ที่ผ่านด่านจากการสอบทั่วประเทศ จะมาสอบรวมกันที่เมืองหลวง จากนั้นจะเข้าสู่รอบสุดท้าย ซึ่งเป็นการสอบเขียนเรียงความเชิงนโยบายต่อหน้าฮ่องเต้ เพื่อจัดอันดับผู้ที่ทำคะแนนได้อันดับที่ 1 ของประเทศ โดยจะได้รับตำแหน่ง "จอหงวน" ส่วนอันดับ 2 เรียกว่า ป๋างเหยี่ยน และอันดับ 3 เรียกว่า ถ้านฮวา
สอบจอหงวน การสอบที่ได้ชื่อว่า โหดหินที่สุด
การสอบจอหงวน ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในการสอบที่หินและเต็มไปด้วยความเครียด โดยมีองค์ประกอบในการสอบที่ค่อนข้างกดดันต่อผู้ที่มาสอบทั้งร่างกายและจิตใจ
- สถานที่สอบ สนามสอบระดับมณฑลและระดับชาติ จะถูกสร้างเป็นตู้นั่งสอบ กว้างประมาณ 1-1.5 เมตร มีเพียงแผ่นไม้สองแผ่น แผ่นหนึ่งใช้เป็นโต๊ะเขียนหนังสือ อีกแผ่นใช้เป็นม้านั่ง การสอบจอหงวนแต่ละครั้ง มีจำนวนตู้นั่งสอบเรียงรายเป็นพันเป็นหมื่นห้อง
- ผู้ที่เข้าสอบ ต้องกิน นอน ขับถ่าย และทำข้อสอบอยู่ในตู้แคบ ๆ กินระยะเวลารอบละ 3 วัน 2 คืน โดยห้ามออกจากตู้ จนกว่าจะหมดเวลาสอบในรอบนั้น
- เนื้อหาที่สอบ วิชาที่สอบจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่เนื้อหาหลัก ๆ คือ คัมภีร์ขงจื๊อ ต้องท่องจำหนังสือโบราณกว่า 400,000 ตัวอักษร ฝึกการแต่งกวีและบทความ ส่วนในการสอบรอบลึก ๆ เช่น การสอบต่อหน้าพระที่นั่ง ฮ่องเต้จะเป็นผู้ตั้งคำถาม เพื่อให้ผู้สอบแก้ปัญหาจากโจทย์นั้น ๆ
ทำไมผู้คนในยุคโบราณถึงอยากสอบจอหงวน
ในสมัยโบราณ การเป็นจอหงวน หรือขุนนาง-ข้าราชการ ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของวงศ์ตระกูล สามารถเปลี่ยนชีวิตชั่วข้ามคืน จากสามัญชนคนธรรมดา ได้บรรจุเป็นขุนนางในราชสำนัก หากใครที่สอบจอหงวนได้ มักจะมีการจัดขบวนแห่กลับไปบ้านเกิด มีชื่อจารึกไว้เป็นเกียรติยศของครอบครัว
นอกจากนี้จอหงวนยังมีทั้งอำนาจ เงินทอง ได้รับพระราชทานคฤหาสน์ ที่ดิน และเงินรางวัลจากฮ่องเต้
และเพราะ “โอกาส” ในชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปแบบชั่วพลิกฝ่ามือ จึงทำให้ทุก ๆ ครั้งที่มีการเปิดสอบจอหงวน ผู้คนต่างหลั่งไหลเดินทางเข้ามาสอบนับหมื่นนับแสนคนจากทั่วประเทศจีน ในทางกลับกัน “จำนวนที่นั่ง” ของการได้เป็นขุนนางหรือข้าราชการในราชสำนัก กลับมีไม่ถึง 1 – 2%
ด้วยความไม่สมดุลย์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ จึงเสมือนเป็นดาบสองคม ทำให้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ในแต่ละปี มักจะมีผู้ที่สติหลุด หรือกลายเป็นผูวิกลจริต กระทั่งบางคนเสียชีวิตจากการสอบจอหงวน เนื่องจากทนรับกับภาวะความกดดันและความเครียดไม่ได้นั่นเอง
จากความยาก ที่นั่งน้อยนิด สู่การทุจริตการสอบ
ขึ้นชื่อว่าเป็น “การสอบเปลี่ยนชีวิต” มากไปกว่านั้น พื้นที่ที่เปิดรับการเป็นขุนนาง-ข้าราชการในราชสำนักจีนนั้นก็มีไม่มากมาย การแข่งขันจึงมีความเข้มข้น และรุนแรง กระทั่งนำพามาด้วย “การทุจริต”
ซึ่งกลโกงการสอบจอหงวนในยุคโบราณนั้นมีหลายรูปแบบ อาทิ การพกคัมภีร์เข้าห้องสอบ โดยมักจะซ่อนไว้ตามเสื้อผ้าและรองเท้า หรือแม้แต่แอบซ่อนไว้ตามพู่กันที่ใช้เขียนคำตอบ
นอกจากนี้ ยังมีกลวิธีจ้างคนมาสอบแทน เนื่องจากสมัยโบราณไม่ได้มีการทำบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ จึงเปิดโอกาสให้มีการสวมสิทธิแทนกัน
ยังมีการโกงในรูปแบบอื่น ๆ อีก เช่น การรั่วไหลของข้อสอบ ถือเป็นการทุจริตที่ร้ายแรงในยุคก่อน โดยเกิดจากข้อสอบหลุดรั่วออกมาล่วงหน้า ด้วยฝีมือของเหล่าขุนนางผู้ใหญ่ที่เป็นคนออกข้อสอบ แต่แอบเอาข้อสอบไปขายให้กับผู้เข้าสอบที่มีฐานะร่ำรวย
ด้วยกลวิธีการโกงสอบจอหงวนที่มาในหลายรูปแบบ เป็นเหตุให้ราชสำนักที่เป็นผู้จัดการสอบ ต้องมีมาตรการข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริต เช่น
- ตรวจค้นร่างกาย ก่อนเข้าสนามสอบ ผู้เข้าสอบทุกคนจะถูกค้นตัวอย่างละเอียด หากพบโพย หรือสิ่งแปลกปลอม จะถูกจับขังคุก หรือหมดสิทธิ์สอบตลอดชีวิต
- ทำการคัดลอกข้อสอบใหม่ วิธีการนี้เพื่อป้องกันไม่ให้กรรมการจำลายมือของลูกหลานหรือคนที่ติดสินบนได้ หลังจากส่งกระดาษคำตอบแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ส่วนกลางคัดลอกข้อสอบทั้งหมดด้วยหมึกสีแดง จากนั้นจึงส่งให้กรรมการตรวจอีกทีหนึ่ง เพื่อไม่ให้เห็นลายมือจริงของผู้สอบ
- การขังปิดตาย ในที่นี้คือการขังกรรมการ โดยระหว่างตรวจข้อสอบ กรรมการที่มีหน้าที่ตรวจข้อสอบ จะถูกขังแยกไว้ในตึก ห้ามติดต่อกับโลกภายนอกจนกว่าจะตรวจข้อสอบเสร็จ
การสิ้นสุดการสอบจอหงวนในจีน
การสอบจอหงวนถือเป็นธรรมเนียมของชาวจีนมายาวนานกว่า 1,300 ปี โดยเริ่มหมดยุคลงในช่วงปี ค.ศ.1905 ในราชวงศ์ชิง สาเหตุสำคัญส่วนหนึ่งคือ มีการโกงสอบและการซื้อขายตำแหน่งขุนนางเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ผู้ที่มีเงินสามารถใช้เส้นสายเพื่อให้สอบผ่าน ทำให้คุณค่าและความศักดิ์สิทธิ์ของการสอบจอหงวนเสื่อมลงไป
นอกจากนี้ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป เกิดกระแสการปฏิรูปการศึกษาในจีน เพื่อให้เท่าทันกับโลกตะวันตก ทำให้ราชสำนักจีนในสมัยดังกล่าว ตัดสินใจยกเลิกระบบการสอบจอหงวนอย่างเป็นทางการ เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศเข้าสู่ระบบการศึกษาสมัยใหม่อย่างเต็มตัว
นับจากปี ค.ศ.1905 ที่เลิกระบบการสอบจอหงวน ผ่านมาถึงปัจจุบัน การสมัครเข้าทำงานข้าราชการในประเทศจีน ก็กลับมาใช้ระบบการสอบเข้าอีกครั้ง โดยแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
- การสอบคัดเลือกข้าราชการในระดับชาติ หรือระดับรัฐบาลกลาง เรียกว่า การสอบ "กั๋วเข่า" คัดเลือกคนเขาบรรจุเป็นข้าราชการระดับกระทรวงต่าง ๆ รวมทั้งสำนักงานศุลกากร หรือหน่วยงานส่วนกลาง โดยการสอบมีจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง
- การสอบคัดเลือกข้าราชการในระดับมณฑล หรือท้องถิ่น เรียกว่า การสอบ "เซิ่งเข่า" จัดขึ้นปีละครั้ง โดยแต่ละมณฑลจะจัดสอบแยกกัน หรือบางปีก็จัดสอบพร้อมกันในหลายมณฑล
การสอบขาราชการในจีนยุคใหม่ ครอบคลุมทั้งวิชาคณิตศาสตร์ ตรรกศาสตร์ ภาษาจีน ความรู้รอบตัว กฎหมายพื้นฐาน และวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้ข้าราชการที่มีความรู้พื้นฐานรอบด้านอย่างแท้จริง
ทว่าสิ่งที่ยังคงคล้ายคลึงกับการสอบจอหงวนเมื่อนับพันปีก่อน คือความดุเดือดเข้มข้นในการสอบ และจำนวนผู้เช้าสอบในแต่ละครั้งที่มีจำนวนที่สูงมากไม่ต่างจากเมื่ออดีต ประการที่สำคัญ ค่านิยมในการได้รับยอมรับจากสังคม ก็ยังมีความคล้ายคลึงกันเช่นเดียวกัน
จึงดูเหมือนว่า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ค่านิยมเรื่อง “วัฒนธรรมการสอบเพื่อเปลี่ยนชีวิต” ยังคงมีอยู่ต่อไปในหลาย ๆ ประเทศ
อ่านข่าวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง









