เมื่อปลายเดือนเมษายน หุ่นยนต์คิวริออซิตี (Curiosity) ที่สำรวจบนพื้นผิวของดาวอังคารก็พบกับปัญหาหนึ่งที่ทำให้วิศวกรบนโลกถึงกับเครียดเมื่อก้อนหินก้อนหนึ่งเกิดเข้าไปติดกับดอกสว่านของแขนกลหุ่นยนต์และสลัดไม่หลุด ทำให้ก้อนหินก้อนนั้นขัดกับสว่านเป็นระยะเวลาหลายวัน ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยตลอดช่วงระยะเวลาของภารกิจมากกว่า 10 ปี
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับก้อนหินที่ได้รับการตั้งชื่อว่า “อาตากามา” (Atacama) มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ฐานประมาณ 45.7 เซนติเมตร หนา 15.2 เซนติเมตร และมีน้ำหนักบนโลกอยู่ที่ประมาณ 13 กิโลกรัม ซึ่งเมื่ออยู่ภายใต้แรงโน้มถ่วงของดาวอังคาร หินก้อนนี้จะมีน้ำหนักลดลงเหลือประมาณหนึ่งในสาม เหลือเพียงแค่สี่กิโลกรัมเท่านั้น
ภาพถ่ายจากกล้องของหุ่นยนต์คิวริออซิตีที่สว่านแขนกล ภาพจาก NASA
ปัญหาเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 25 เมษายน 2026 เมื่อยานคิวริออซิตีเจาะเก็บตัวอย่างหินอาตากามา ทว่าในจังหวะที่ยานดึงแขนกลกลับ หินทั้งก้อนกลับหลุดออกจากพื้นและลอยติดขึ้นมากับปลอกสว่าน แม้ว่าในอดีตการเจาะพื้นผิวอาจทำให้ชั้นหินด้านบนแตกหรือแยกตัวออกได้ แต่การที่หินทั้งก้อนติดดอกสว่านขึ้นมาทั้งก้อนถือว่าเป็นกรณีแรกที่พบ
เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ทางทีมงานเริ่มต้นการแก้ปัญหาด้วยการใช้ระบบสั่นที่ตัวสว่านเพื่อสลัดให้หินหลุดออก แต่ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นปัญหาของวิศวกรเป็นอย่างมากเนื่องจากแขนกลและดอกสว่านของคิวริออซิตีไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักของก้อนหินหลายกิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักของก้อนหินอาจจะทำให้ดอกสว่านหัก บิ่น หรือใช้งานไม่ได้ และแขนกลของหุ่นยนต์อาจจะเสียหายจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
ต่อมาในวันที่ 29 เมษายน 2026 ทีมงานได้ปรับเปลี่ยนวิธีการโดยการจัดตำแหน่งแขนกลของยานใหม่ (reorienting) และใช้ระบบสั่นอีกครั้ง ข้อมูลภาพบันทึกได้เพียงเศษทรายที่ร่วงหล่นลงมาจากก้อนหิน แต่ตัวหินอาตากามายังคงยึดติดแน่นกับสว่าน
อีกสองวันต่อมา ทีมวิศวกรตัดสินใจยกระดับการแก้ปัญหาโดยสั่งการให้แขนกลปรับองศาการเอียงของสว่านให้มากขึ้น พร้อมกับสั่งให้หมุน สั่น และปั่นดอกสว่านไปพร้อม ๆ กัน แม้ทีมงานจะวางแผนเผื่อไว้ว่าอาจต้องดำเนินการกระบวนการนี้ซ้ำหลายรอบ แต่หินอาตากามาได้หลุดออกจากสว่านตั้งแต่การทำงานในรอบแรก โดยตกลงมากระแทกพื้นและแตกออกเป็นชิ้นๆ
ตลอดกระบวนการแก้ปัญหา เหตุการณ์ทั้งหมดมีการบันทึกไว้อย่างละเอียดด้วยระบบกล้องของยาน ได้แก่ กล้องหลบหลีกสิ่งกีดขวาง (Hazcams) บริเวณตัวถัง และกล้องนำทาง (Navcams) บริเวณส่วนหัวของยาน ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถทำการสังเกตพฤติกรรมของก้อนหินที่ติดอยู่กับสว่านได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งก้อนหินติดอยู่กับดอกสว่านนานถึง 4 วันเลยทีเดียว
หลังจากปัญหาได้รับการแก้ไขเรียบร้อย ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ซึ่งตรงกับวันปฏิบัติภารกิจบนดาวอังคาร (Sol) ที่ 4,877 ยานคิวริออซิตีได้ใช้กล้องหลักที่ติดตั้งบนเสากระโดงของยานอย่าง Mastcam บันทึกภาพก้อนหินอาตากามาที่แตกออกบนพื้น เผยให้เห็นร่องรอยรูเจาะทรงกลมจากสว่านอย่างชัดเจน
ภาพของก้อนหินหลังจากหลุดออกจากดอกสว่านแล้ว ก็แตกออก ภาพจาก NASA
ภาพก้อนหินบนพื้นดังกล่าวเป็นภาพโมเสก (mosaic) ที่เกิดจากการนำภาพถ่ายจำนวนแปดภาพที่ส่งกลับมายังโลกมาประมวลผลต่อกัน นอกจากนี้ยังผ่านกระบวนการปรับสมดุลแสงสีขาว (white-balanced) เพื่อให้สีของหินมีความใกล้เคียงกับสิ่งที่สายตามนุษย์จะมองเห็นหากวัตถุนั้นอยู่ภายใต้แสงแดดในเวลากลางวันบนโลก เพื่อให้นักวิทยาศาสตร์สามารถรศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของหินก้อนนี้ได้ต่อไปว่า หินก้อนนี้มีความแตกต่างจากหินก้อนอื่นอย่างไร รวมถึงเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ต่อไปในอนาคต
ขณะนี้รวมเป็นระยะเวลามากกว่าสิบปีแล้วที่หุ่นยนต์คิวริออซิตี ปฏิบัติภารกิจบนดาวอังคาร นับว่าเป็นหุ่นยนต์ขับเคลื่อนขนาดใหญ่ตัวแรกบนพื้นผิวของดาวอังคารด้วยน้ำหนักที่มากเกือบหนึ่งตันและขนาดที่ใหญ่ใกล้เคียงกับรถขนาดเล็กหนึ่งคัน จึงเป็นหนึ่งในสุดยอดวิศวกรรมบนดาวอังคาร วิศวกรพบว่าโครงสร้างของตัวยานค่อย ๆ ผุพังมากขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเป็นร่องรอยความเสียหายของล้อ หรืออุปกรณ์วิทยาศาสตร์ต่าง ๆ ที่อยู่ภายในตัวยาน
นับว่าเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่หุ่นยนต์คิวริออซิตีสามารถที่จะทำงานและขับเคลื่อนไปมาบนดาวอังคารได้ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานมากกว่าสิบปีและยังสามารถสร้างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับดาวอังคารได้อย่างต่อเนื่อง การที่ก้อนหินติดกับดอกสว่านก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้ใหม่ที่ไม่เคยมีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นมาก่อน
เรียบเรียงโดย จิรสิน อัศวกุล
พิสูจน์อักษร ศุภกิจ พัฒนพิฑูรย์
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NASA
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









