มีข่าวเผยแพร่ว่าโควิด-19 กำลังระบาดอย่างมากที่สิงคโปร์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ NB.1.8.1 จะมีผลกับประเทศไทยหรือไม่ ตามมาหาคำตอบไปพร้อมกัน
สำหรับเรื่องนี้ ศ. นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความรู้ในเฟซบุ๊ก “Yong Poovorawan” ว่า สายพันธุ์นี้ระบาดอย่างมากในประเทศไทยเมื่อปีที่แล้ว ในช่วงหลังสงกรานต์ปีที่แล้ว จนถึงตลอดฤดูฝน และเริ่มมาลดลง ปลายปี มาจนถึงขณะนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกมาก ทำไมสิงคโปร์จึงระบาดด้วยสายพันธุ์ NB.1.8.1 เพราะในปัจจุบันทั่วโลกสายพันธุ์ได้แปรเปลี่ยนไปมากแล้ว จนถึง อักษร R โดยเฉพาะ RV.1 อย่างไรก็ตามสายพันธุ์ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมาก เพราะไม่ได้เพิ่มความรุนแรงขึ้น และประชากรส่วนใหญ่ก็มีภูมิคุ้มกันเก่าอยู่แล้ว ดังนั้นสายพันธุ์ของสิงคโปร์จึงไม่น่าจะมีผลกับประเทศไทย เพราะเราเคยระบาดมาแล้ว

การระบาดในสิงคโปร์เป็นการระบาดประจำฤดูกาล ถ้ามองย้อนกลับไปในทุกปี สิงคโปร์ก็จะมีโควิด 19 ระบาดมากในช่วงเดือนนี้อยู่แล้ว โดยประเทศไทย 2 ปีที่ผ่านมาการระบาดของโควิด-19 เห็นได้ชัดเจนจะระบาดหลังสงกรานต์ตั้งแต่ปลายเมษายนเป็นต้นไปและขึ้นสูงมากในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน หลังจากนั้นก็จะเริ่มค่อย ๆ ลดลงในเดือนสิงหาคม และพบได้ประปรายมาโดยตลอด
ส่วนสายพันธุ์ที่ระบาดในประเทศไทย จากรูปทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดว่า สายพันธุ์ที่ระบาดในสิงคโปร์ NB.1.8.1 ได้ระบาดในประเทศไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว ช่วงต้นปี และได้ผ่านพ้นไปหมดแล้ว ดังนั้น สายพันธุ์ที่จะระบาดในไทยปีนี้จึงไม่น่าจะเป็นสายพันธุ์นี้

แต่ในปีนี้เป็นที่ผิดสังเกต อาจจะด้วยอากาศที่ร้อนมาก สงกรานต์ก็เล่นกันปกติ มีประชากรจำนวนมากออกมาเล่นน้ำกัน แต่หลังสงกรานต์กลับไม่พบมีการระบาดใหญ่ของโควิด-19 โดยพิ่งจะเริ่มพบมากในช่วงนี้และจะมากขึ้นไปอีกโดยเฉพาะเป็นช่วงนักเรียนเปิดเทอม นักเรียนจะเป็นตัวเร่งขยายจำนวนโรคให้เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว และเชื่อว่าเป็นการระบาดพร้อมกับโรคไวรัสทางเดินหายใจตัวอื่น ๆ เช่นไข้หวัดใหญ่ และ rhinovirus หรือไข้หวัดธรรมดา
สายพันธุ์ ขณะนี้เรากำลังติดตามอยู่และจะมาเผยแพร่ให้ทราบต่อไป เชื่อว่าน่าจะเป็นสายพันธุ์ที่ขยับขึ้นมา มากกว่าที่จะเป็น NB.1.8.1 อย่างแน่นอน ส่วนสายพันธุ์จักจั่น (cicada) องค์การอนามัยโลกได้กล่าวถึงว่าเป็นสายพันธุ์ที่เฝ้าระวังเมื่อ 2 เดือนก่อน ขณะนี้สายพันธุ์นี้ไม่ได้แผลงฤทธิ์อะไร และก็ได้หายไป อย่างไรก็ตามความรุนแรงของโรค ก็เหมือนโรคทางเดินหายใจทั่ว ๆ ไป
ยอดผู้ป่วยที่รายงาน เข้ากระทรวงจะน้อยกว่าความเป็นจริงมาก เช่นถ้าเราตรวจพบกันเองที่บ้านหรือไม่ได้ตรวจ ก็จะไม่ได้มีการแจ้งเข้ากระทรวง พวกที่แจ้งจะเป็นการพบที่โรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ตัวเลขต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ๆ
อย่างไรก็ตามอัตราการตรวจพบในโรคทางเดินหายใจ ทางศูนย์เราได้ทำการอยู่โดยเฉพาะไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ 8 ชนิด และคงจะได้รายงานให้ทราบ

สำหรับประเทศไทยคงจะไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะโรคนี้ไม่ได้รุนแรงขึ้น อัตราการเสียชีวิตก็คงเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ ประชากรไทยเกือบทั้งหมดมีภูมิต้านทานต่อโรคนี้แล้ว จึงทำให้ความรุนแรงของโรคลดลง ส่วนในเด็กส่วนใหญ่ติดเชื้ออาการจะไม่รุนแรง และสร้างภูมิต้านทานขึ้น ยกเว้นเด็กเล็กมาก แต่โดยทั่วไปเด็กเล็กก็จะได้ภูมิคุ้มกันที่ส่งต่อจากมารดามาในช่วง 6 เดือนแรกแล้ว
เราทุกคน มีหน้าที่ช่วยลดการระบาดของโรคลง โดยเฉพาะในเด็กนักเรียน สิ่งที่ควรทำก็คงเป็นเช่นเดียวกับในช่วงที่มีการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ความสำคัญอยู่ที่การล้างมือให้ถูกวิธี 5 ขั้นตอน การใช้แอลกอฮอล์ในกรณีที่ไม่สามารถล้างมือได้ การใส่หน้ากากอนามัยในสถานที่ชุมชน เช่นจะขึ้นรถไฟฟ้าที่มีคนหนาแน่น สำหรับเด็กนักเรียน ในภาวะปกติไม่มีความจำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัย แต่เราจะให้ผู้ป่วยหรือผู้รู้สึกว่าไม่สบายจะต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อลดการกระจายของโรค คนปกติดี ไม่มีความจำเป็นต้องใส่ แต่ถ้าจะใส่เป็นเพื่อนก็ไม่ได้ว่ากัน การรับประทานอาหารที่สะอาด ใช้ช้อนกลางก็คงจะต้องปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด

เมื่อโรคมีความรุนแรง ลดลงเหมือนโรคทางเดินหายใจทั่วไป และระบาดตามฤดูกาล ความจำเป็นในการให้วัคซีนก็ลดลงอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับไข้หวัดใหญ่ วัคซีนโควิด-19 มีราคาแพงกว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ถึง 10 เท่า ถ้าใครจะฉีดต้องเสียเงินเอง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ใช้มานานแล้วกว่า 50 ปี วัคซีนโควิด-19 เพิ่งใช้ในช่วงที่มีการระบาด ไวรัสมีการแปรเปลี่ยนสายพันธุ์อย่างรวดเร็ว บริษัทต่าง ๆ จึงไม่ได้มีการพัฒนาวัคซีนให้ทันต่อสายพันธุ์ที่มีการระบาด และอาการข้างเคียงของ วัคซีนโควิด-19 ก็มีมากกว่าวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เห็นได้จากเป็นไข้หลังฉีดมีมากกว่า ดังนั้นความจำเป็นในการฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงไม่มี เมื่อเทียบกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ยังต้องฉีดอยู่ทุกปี
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : ศ. นพ.ยง ภู่วรวรรณ
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









