รู้จัก “โม่ง” "ไอ้โม่ง" คำนี้มีที่มา


Lifestyle

สันทัด โพธิสา

แชร์

รู้จัก “โม่ง” "ไอ้โม่ง" คำนี้มีที่มา

https://www.thaipbs.or.th/now/content/3837

รู้จัก “โม่ง” "ไอ้โม่ง" คำนี้มีที่มา

 

เราคุ้นเคยกับคำว่า “โม่ง” หรือในบางบริบทที่มักเรียกบุคคลปริศนาว่า “ไอ้โม่ง” ช่วงเวลานี้ข่าวคราวในประเทศไทย หยิบจับคำว่า “ไอ้โม่ง” เพื่อตามหาตัวการปริศนาที่ทำให้ “น้ำมัน” หายไป Thai PBS ชวนย้อนหาที่มาของคำว่า “โม่ง” เรารู้จักคำนี้กันมาตั้งแต่เมื่อไร และ “โม่ง” ในบริบทของโลก มีเรื่องราวใดที่น่าสนใจอยู่อีกบ้าง ?

โม่ง” “ไอ้โม่ง” ที่มาของคำนี้้ ?

โม่ง เป็นคำในภาษาไทย มีความหมายว่า หัวหรือท้ายโตผิดส่วน หรือ มีลักษณะใหญ่โตผิดธรรมดา เช่น ปลาหัวโม่ง นอกจากนี้ยังมีคำที่แตกแยกออกไปอีก เช่น โม่งโค่ง ที่หมายถึง ใหญ่โตเกะกะ, ใหญ่โตไม่สมรูป โดยมักนิยมพูดทำนองว่า รูปร่างโม่งโค่ง

คำว่า โม่ง ยังแตกแยกออกไปอีก เช่น อ้ายโม่ง เป็นชื่อเรียกดักแด้ยุง ในวงศ์ Culicidae ที่มีส่วนหัวและอกขยายใหญ่ มีท่อหายใจ 2 ท่ออยู่บนส่วนอก มีพฤติกรรมต้องขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำ และเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว

คำว่า โม่ง ในอีกลักษณะหนึ่ง แสดงสัณฐานของการปิดบังใบหน้า หรือคนที่คลุมหัวปิดหน้ามิดชิด โดยนิยมเรียกกันว่า “ไอ้โม่ง” นิยามความหมายได้ว่า “ผู้ร้าย” “คนร้าย” หรือ “บุคคลปริศนาที่อยู่เบื้องหลังการกระทำผิด โดยไม่สามารถระบุตัวตนได้” นอกจากนี้ ไอ้โม่ง ยังใช้ในบริบทของการปิดบังใบหน้า เพื่อความปลอดภัยหรือใช้พรางตัว

“โม่ง” ในเชิงวัฒนธรรม

คำว่า โม่ง ยังปรากฏในการละเล่นพื้นบ้านโบราณของไทย เรียกกันว่า อ้ายโม่ง โดยเป็นการเลียนแบบพวกหัวขโมยที่ชอบขึ้นบ้านคนอื่นในเวลากลางคืน แล้วถูกเจ้าของบ้านไล่ การละเล่นชนิดนี้จึงแปลงมาเป็นเกมปิดตาตีกัน นิยมเล่นกันในหมู่เด็ก ๆ แถบจังหวัดนครศรีธรรมราชและภาคใต้ โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่าเริ่มเล่นตั้งแต่เมื่อใด แต่พบว่ามีการเล่นมาก่อนปี พ.ศ. 2467 และมีการเล่นกันอย่างแพร่หลายในสมัยรัชกาลที่ 7 ก่อนปี พ.ศ. 2480 และเล่นสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

“โม่ง” “ไอ้โม่ง” และ “บาลาคลาวา (Balaclava)” ในบริบทภาษาอังกฤษ

คำว่า โม่ง ไม่ได้มีคำแปลโดยตรงเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถูกใช้ในบริบทเดียวกับคำว่า Robber ที่แปลว่า โจร, คนปล้น หรือผู้ชิงทรัพย์ 

นอกจากนี้ยังมีศัพท์อังกฤษที่แสดงอัตลักษณ์ของ “โม่ง” นั่นคือ Balaclava (บาลาคลาวา) ซึ่งก็คือ หมวกไหมพรมคลุมหน้า เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาให้กระชับพอดีใบหน้า คอ และศีรษะ โดยเจาะช่องเปิดเฉพาะบริเวณดวงตา จมูก หรือปาก 

ชื่อของบาลาคลาวา มีที่มาจากยุทธการบาลาคลาวาในสงครามไครเมีย โดยทหารอังกฤษใช้หมวกไหมพรมที่คลุมใบหน้า แต่เว้นส่วนปากและตาไว้ เพื่อลดความหนาวเย็นจากลม ซึ่งจากที่มานี้ บาลาคลาวา จึงได้รับการนำไปใช้เพื่อเพิ่มความอบอุ่นในสภาพอากาศหนาวเย็น รวมทั้งช่วยกันลม กันแดด กระทั่งถูกพัฒนาไปใช้กับหลากหลายกิจกรรม เช่น ใช้ป้องกันความหนาวในการเล่นสกี หรือใช้ในแวดวงมอเตอร์สปอร์ต เพื่อกันไฟ และช่วยให้สวมหมวกกันน็อคได้สะดวกขึ้น

บาลาคลาวา ยังนิยมนำไปใช้กันแดดและกันฝุ่นขณะขับขี่จักรยานยนต์ และในแวดวงการทหารหรือหน่วยงานราชการ ก็ใช้บาลาคลาวาสำหรับซ่อนเร้นใบหน้าในยุทธวิธีทางการทหารอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า หมวกไหมพรม หรือที่เรียกติดปากกันว่า หมวกไอ้โม่ง ไม่ได้เป็นเพียงอัตลักษณ์ของ “โจร” หรือ “การอำพราง” แต่อย่างเดียว ทว่ายังสามารถใช้ในอีกหลากหลายบริบท จึงพออนุมานได้ว่า “ไอ้โม่ง” ไม่ได้บ่งชี้ถึงเรื่องราว “ด้านลบ” แต่อย่างเดียว

“โม่ง” ที่เป็นฮีโร่

แม้ผู้คนจะติดภาพลักษณ์การสวมใส่ไอ้โม่งคลุมหัวว่า เป็นบุคคลที่ไม่ประสงค์ทำเรื่องดี ๆ นัก ทว่าในโลกภาพยนตร์ โดยเฉพาะสายซูเปอร์ฮีโร่ มีหลายต่อหลายคน ที่ด้วยภารกิจอันมิอาจเปิดเผยใบหน้าได้ จึงจำเป็นต้องสวมใส่หน้ากาก หรือสวมผ้าคลุมทั้งศรีษะ จนประหนึ่งว่าเป็นไอ้โม่งไปโดยปริยาย

  • สไปเดอร์แมน (Spiderman) เรื่องราวของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ วัยรุ่นธรรมดาที่ถูกแมงมุมกัมมันตภาพรังสีกัดจนได้รับพลังพิเศษ แต่การออกช่วยเหลือผู้คนของเขา จำต้องปกปิดตัวตน โดยเฉพาะผ้าที่ต้องคลุมทั้งศรีษะ ที่ดู ๆ ไป ก็มีความเป็นไอ้โม่งเช่นกัน

Spiderman

  • เดอะ แฟลช (The Flash) เรื่องราวของ แบร์รี่ อัลเลน นักนิติวิทยาศาสตร์ที่ได้รับพลังความเร็วเหนือแสงจากอุบัติเหตุสายฟ้าฟาด หมวกโม่งของเดอะแฟลขสวมคลุมให้เห็นเฉพาะดวงตา และเผยส่วนล่างของใบหน้าตั้งแต่จมูกไปจนถึงปาก

Deadpool

  • เดดพูล (Deadpool) เรื่องราวฮีโร่สุดกวน อดีตหน่วยรบพิเศษที่กลายเป็นทหารรับจ้าง เขาป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการทดลองลับ ทำให้มีพลังรักษาตัวเองอันเป็นอมตะ คาแรกเตอร์โดดเด่นของ Deadpool ประการหนึ่งคือ หมวกบาลาคลาวา หรือหมวกไอ้โม่งสีแดง ที่มีลักษณะพิเศษสะดุดตา บริเวณดวงตาสองข้างเป็นสีดำ

Did you Know เรื่องราว “โม่ง” ที่น่าสนใจ

  • ครั้งหนึ่งประเทศจีนเคยเจอกับอากาศที่ร้อนจัด จึงมีการคิดค้น “หมวกโม่งสู้แดด” หรือ Facekini ลักษณะเป็นหน้ากากกันแดดเต็มหน้า ทำจากผ้ายืด ใช้คลุมตั้งแต่ศีรษะไปจนถึงลำคอ มีเพียงช่องสำหรับตา จมูก และปาก โดยมันถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันรังสี UV โดยเฉพาะ ทั้งนี้้ในช่วงเวลาหนึ่ง Facekini กลายเป็นสินค้าที่ชาวจีนรุ่นใหม่นิยมซื้อมาใช้กันจนเป็นแฟชัน

Facekini

  • ที่ประเทศไทย หนึ่งในอาชีพที่ต้องสวมใส่ “หมวกไอ้โม่ง” นั่นคือ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร โดยเอาไว้ใช้สวมรองไว้ขณะสวมใส่หมวกกันน็อคอีกที ทว่าเมื่อไม่กี่ปีมานี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งกำชับตำรวจจราจรที่ปฏิบัติงาน โดยให้สวมเครื่องแต่งกายที่เรียบร้อย โดยเฉพาะการห้ามสวมหมวกไอ้โม่ง ปกปิดใบหน้า แต่สามารถสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นได้ขณะปฏิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีภาพลักษณ์ที่สุภาพนั่นเอง

เรียก “ไอ้โม่ง” อาจฟังดูติดลบในสังคมไทย แต่สุดท้ายไม่ว่าจะเรียกกันอย่างไร ควรดูที่บริบทเป็นสำคัญ ของทุกอย่างมีดีมีเสีย อยู่เรานี่เอง จะเลือก “มอง” อย่างไร…

อ่านเเรื่องราวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

โม่งไอ้โม่งหมวกไอ้โม่งบาลาคลาวา
สันทัด โพธิสา

ผู้เขียน: สันทัด โพธิสา

เจ้าหน้าที่เนื้อหาออนไลน์อาวุโส Thai PBS สนใจความเคลื่อนไหวของสังคม ผู้คน และเทรนด์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ และรวมถึงเป็นสมาชิกทาสแมวมายาวนาน

บทความ NOW แนะนำ