ศาลนัดพร้อมคู่ความคดียุบปชป.258 ล้าน

การเมือง
05:06
จำนวนผู้ชม 41
Thai PBS
ศาลนัดพร้อมคู่ความคดียุบปชป.258 ล้าน

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์ตามคำสั่งนัดพร้อมคู่ความในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเงินบริจาค 258 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสข่าวการพิจารณาคดีใน 3 แนวทาง

วันนี้ (9 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะออกนั่งบัลลังก์ตามคำสั่งนัดพร้อมคู่ความในคดี กรณีรับเงินบริจาค 258 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า การนัดพร้อมครั้งแรกอาจนำมาซึ่งการพิจารณาคดีที่จะเกิดขึ้นได้ 3 แนวทางด้วยกัน

โดยแนวทางแรก นายคมสัน โพธิ์คง รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจนั่งบัลลังก์นัดพร้อมคู่ความ 2 ฝ่าย คือ อัยการสูงสุดและพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อกำหนดแนวทางตามกระบวนการคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กรณีรับเงินบริจาค 258 ล้านบาทจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) โดยปกปิดการรายงานต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ฝ่าฝืนข้อบัญญัติ พ.ร.บ.พรรคการเมือง เป็นเหตุให้ต้องฟ้องร้องตามมาตรา 95

ส่วนแนวที่ 2 เป็นไปได้ที่อาจต้องย่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น โดยศาลอาจไม่สืบพยานในคดีนี้ เนื่องจากพยานในคดีเป็นพยานเดียวกัน และมีเอกสารหลักฐานเดียวกันกับคดีใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาการเมือง 29 ล้านบาท ศาลจึงอ่านแนวทางการพิจารณาคดี พร้อมนัดหมายแถลงปิดคดีและฟังคำวินิจฉัยในโอกาสต่อไป

แนวทางที่ 3 ก็อาจเป็นไปได้ที่ศาลจะอ่านแนวทางการพิจารณาคดีและฟังคำวินิจฉัยคดีในคราวเดียวกันในวันนี้ (9 ธ.ค.) เลย

แต่ทั้ง 3 แนวทางยังคงต้องขึ้นอยู่กับช่วงเช้าที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมพิจารณาคำร้อง กรณีขอจำหน่ายคดีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยื่นไว้เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. เพราะเห็นว่ามีข้อกฎหมายที่คล้ายคลึงกับคดี 29 ล้านบาทที่ยกฟ้องไปก่อนหน้านี้ และน่าจะพิจารณาพร้อมกับคำร้องคัดค้านของอัยการสูงสุดที่อาจยื่นคำร้องในช่วงเช้าด้วย

โดยหลักการที่สวนทางกันของทั้ง 2 ฝ่าย คือ กระบวนการยื่นฟ้องของ กกต. ตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ปี 2550 มาตรา 95 ซึ่งกำหนดว่า หลัง "ปรากฏความต่อนายทะเบียน" หรือ ได้รับแจ้งจาก "กกต." ว่าพรรคการเมืองกระทำผิด กกต.ต้องแจ้งเรื่องต่ออัยการสูงสุดภายใน 30 วัน เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่หากเห็นไม่ตรงกัน ก็สามารถตั้งกรรมการร่วมพิจารณาคำฟ้องได้อีก 30 วัน ก่อนยื่นฟ้อง

คดี 258 ล้านบาท กกต.ส่งความเห็นให้อัยการสูงสุดฟ้องยุบพรรคประชาธิปัย์ด้วยข้อกล่าวหาว่า รับเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ผ่าน บริษัท เมซไซอะ และทำสัญญาว่าจ้างทำสื่อโฆษณา แต่เป็นนิติกรรมอำพราง เพื่อหลีกเหลี่ยงการรายงานต่อ กกต.


แท็กที่เกี่ยวข้อง