สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลต้องการพูดถึง "วินัยการเงินการคลัง" และความคุ้มค่าของเงินสาธารณะ การพิจารณาไม่ควรหยุดอยู่เฉพาะเงินประมาณ 14,000 ล้านบาทของ 4 องค์กรและกองทุน แต่ควรย้อนกลับไปดูภาพใหญ่ของการจัดลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณของประเทศด้วยว่า เงินจำนวนมหาศาลที่รัฐใช้ในแต่ละปี ถูกนำไปลงทุนกับสิ่งที่สร้างประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่
ยกตัวอย่างการลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะแนวคิดก่อสร้าง ทางด่วนชั้นที่ 2 หรือ Double Deck ซึ่งเป็นโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก และเป็นหนึ่งในกรณีที่ประชาชนควรได้รับข้อมูลอย่างรอบด้านว่า เมื่อเทียบต้นทุนกับประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว สามารถแก้ปัญหาการเดินทางและการจราจรของคนส่วนใหญ่ได้จริงเพียงใด
หากรัฐมีทรัพยากรจำกัด อยากให้รัฐจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ ควรพิจารณาว่า การนำเงินไปสร้าง "ถนนซ้อนถนน" ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาจราจรได้ กับการนำเงินจำนวนเดียวกันมาพัฒนารถโดยสาร ระบบฟีดเดอร์ (Feeder) รถไฟ และขนส่งสาธารณะ ที่ประชาชนทุกกลุ่มสามารถใช้เดินทางได้ทุกวัน ทางเลือกใดสร้างประโยชน์สาธารณะได้มากกว่า สารีกล่าว
คำถามนี้สะท้อนหลักการเดียวกับกรณีเงิน 14,000 ล้านบาทจากภาษีสุราและยาสูบ กล่าวคือ ความคุ้มค่าของเงินสาธารณะ ไม่ควรวัดจากเพียงว่าเงินถูกนำเข้าสู่ระบบงบประมาณหรือไม่ แต่ต้องวัดว่าเงินถูกใช้ไปกับอะไร ใครได้รับประโยชน์ และสร้างผลลัพธ์ต่อประชาชนมากน้อยเพียงใด
ดังนั้น หากรัฐบาลเห็นว่าจำเป็นต้องดึงเงินประมาณ 14,000 ล้านบาทเข้าสู่กระบวนการงบประมาณเพื่อสร้าง "วินัยการเงินการคลัง" ก็ยิ่งควรใช้มาตรฐานเดียวกันตรวจสอบงบประมาณก้อนอื่น โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ว่า เงินทุกบาทสร้างประโยชน์สาธารณะคุ้มกับต้นทุนหรือไม่
เงินปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท มาจากไหน
เงินที่จัดเก็บเพิ่มเติมจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ หรือภาษีบาป นำไปสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชน ตั้งแต่การลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ การพัฒนานักกีฬา การช่วยเหลือผู้สูงอายุ ไปจนถึงการทำข่าวที่เปิดพื้นที่ให้เสียงของประชาชนและตรวจสอบผู้มีอำนาจ
เงินปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท จึงไม่ใช่ภาษีเหล้า – บุหรี่ทั้งหมด และไม่ใช่เงินที่หักแบ่งจากภาษีสรรพสามิตก้อนเดิม แต่เป็น "เงินบำรุงที่จัดเก็บเพิ่มเติม" โดยใช้ยอดภาษีสรรพสามิตที่ต้องชำระเป็นฐานคำนวณ เพื่อนำไปสนับสนุนภารกิจเฉพาะด้านตามกฎหมาย
1. สสส. – จัดเก็บเพิ่มร้อยละ 2 หรือประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เช่น ลดการสูบบุหรี่ ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย และลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ประชาชนเจ็บป่วย
2. ไทยพีบีเอส – จัดเก็บเพิ่มร้อยละ 1.5 โดยมีเพดานเงินบำรุงไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี สนับสนุนการทำหน้าที่สื่อสาธารณะ ให้ข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบอำนาจรัฐและทุน รวมถึงนำเสนอปัญหาของคนที่อาจไม่มีพื้นที่ในสื่อเชิงพาณิชย์
3. กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ – จัดเก็บเพิ่มร้อยละ 2 สนับสนุนการพัฒนานักกีฬา กีฬาอาชีพ และระบบกีฬาไทย กองทุนกีฬามีภารกิจหลากหลาย ตั้งแต่พัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ วิทยาศาสตร์การกีฬา การจัดการแข่งขัน กีฬาอาชีพ บุคลากร ทุนการศึกษา สวัสดิการและเงินรางวัลนักกีฬา
4. กองทุนผู้สูงอายุ – จัดเก็บเพิ่มร้อยละ 2 โดยเงินบำรุงส่วนนี้ใช้สนับสนุนเงินสงเคราะห์ เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย เป็นแหล่งทุนในการช่วยเหลือ คุ้มครอง ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ให้พึ่งตนเอง พึ่งกันเองได้มากขึ้น ภารกิจของกองทุนยังครอบคลุมการส่งเสริมและคุ้มครองผู้สูงอายุ การสนับสนุนกิจกรรมและโครงการ ตลอดจนการช่วยเหลือด้านอาชีพและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ และการให้กองทุนกู้ยืมเงินเพื่อประกอบอาชีพให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้
ที่มา : สภาองค์กรของผู้บริโภค
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นต่อข้อเสนอของรัฐบาลในการแก้ไขกฎหมายเพื่อ เปลี่ยนแปลงแหล่งรายได้ของ 4 องค์กรและกองทุน จากเดิมที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับเงินบำรุงที่จัดเก็บเพิ่มเติมจากภาษีสุราและยาสูบโดยตรง ไปสู่การนำเงินเข้าสู่ระบบคลังและให้แต่ละหน่วยงานได้รับการจัดสรรผ่านกระบวนการงบประมาณแผ่นดิน
- ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=632
- ร่างกฎหมายปรับเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนของไทยพีบีเอส www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=629
- ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ. กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=630
- ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ www.parliament.go.th/section77/survey_detail.php?id=631
ทั้ง 4 ร่างกฎหมาย ปรับเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุน กำลังจะปิดระบบรับฟังความคิดเห็นใน วันที่ 14 ต.ค.2569
อ่านข่าว :
การไฟฟ้านครหลวง ระงับออกบิลค่าไฟสูงผิดปกติ 27,000 ราย ในพื้นที่น้ำท่วม
ไทยพีบีเอส เตรียมร่อนหนังสือขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง มาตรฐานการตรวจเงินแผ่นดินของ สตง.
"หนุ่ม กรรชัย" เข้าให้ข้อมูล DSI ปมบริจาคเงินให้ "กัน จอมพลัง"
