" id="news_tpbs_images" title="" src="http://news.thaipbs.or.th/sites/default/files/news13072012/97909-imagepng-143278.png
ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย มีคำวินิจฉัยยกคำร้องว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ขัดต่อมาตรา 68 หรือ เป็นการล้มล้างการปกครอง นายอุดมเดช รัตนเสถียรประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือ วิปรัฐบาล ยืนยันว่าจะยังไม่มีการเสนอขอเปิดสภาสมัยวิสามัญเพื่อลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 โดยพรรคเพื่อไทย จะขอหารือถึงคำวินิจฉัยของศาลว่ามีการตีความอย่างไร
โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขรัฐธรรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งหากตีความได้ว่าเป็นการยกร่างแก้ไขทั้งฉบับ ก็ต้องชะลอการลงมติวาระ 3 ก่อน เพื่อการทำประชามติ หรือ อาจพิจารณาแก้ไขเป็นรายมาตราต่อไปตามที่ศาลวินิจฉัย
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้อง พอใจกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงกับที่คาดการณ์ไว้ โดยเห็นว่า รัฐบาลสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ 2 แนวทาง คือ ต้องแก้ไขเป็นรายมาตรา โดยมี ส.ส. และ ส.ว.เป็นผู้ดำเนินการ หรือ การทำประชามติถามความคิดเห็นประชาชนหากต้องการให้มี ส.ส.ร.แก้ไขทั้งฉบับ
ขณะที่นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยยังไม่หมดความหวังกับคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯที่ศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้ไต่สวน โดยเชื่อว่ามีโอกาสที่จะโน้มน้าวให้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีความผิดในการล้มล้างการปกครองเกิดขึ้นจริง
สำหรับคำร้องของกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ให้สอบสวนดำเนินคดีกับผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ ส.ส. และ ส.ว. 416 คน เนื่องจากเห็นเจตนาว่า ผู้เสนอร่างต้องการล้มล้างการปกครอง โดยเชื่อมโยงกับพฤติกรรมต่างๆ ที่ระบุไว้ในคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ
