ศาลรธน.อ่านคำวินิฉัยแก้รธน.วันนี้ ตร.เตรียมรับมือม็อบเชื่อไม่รุนแรง
ตำรวจนครบาล และตำรวจชุดปราบจลาจล ซักซ้อมแผนเตรียมเผชิญเหตุ เพื่อรับสถานการณ์การตัดสินคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ (13 ก.ค.) โดยจะมีตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ตั้งจุดตรวจค้นคัดกรองบุคคล 8 จุด รอบอาคารสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเชื่อว่า การชุมนุมของมวลชนจะไม่มีปัญหา แต่ยังกังวลมือที่สามที่่อาจเข้ามาสร้างสถานการณ์ก่อความไม่สงบได้ โดยจัดสถานที่แยกพื้นที่สำหรับแต่ละกลุ่มมวลชนไว้รองรับแล้ว
นายสมฤทธิ์ ไชยวงค์ พร้อมด้วย นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมแถลงรายละเอียดขั้นตอนการอ่านคำวินิจฉัยคดีแก้รัฐธรรมนูญ โดยวันนี้ เวลา 9.30 น. องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะประชุมเพื่อเขียนคำวินิจฉัยส่วนตน จากนั้นจะพิจารณาวาระปกติในคดีอื่น อีก 3 คดี จึงจะมีการพิจารณา 5 คำร้องตามลำดับ ระหว่างนี้ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะนำคำร้องของแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ขอให้ชะลอการวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อนเข้าหารือด้วย
ส่วนการอ่านคำวินิจฉัยกลางจะเริ่มในเวลา 14.00 น.โดยคาดว่าจะมีการอ่านคำวินิจฉัยใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับข้อมูลของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคน พร้อมยืนยันว่าไม่มีตุลาการคนใดถอนตัวในขณะนี้ แม้มีแรงกดดันจากการพิจารณา
ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาโดยยึดหลักของกฎหมาย โดยไม่ใช้หลักรัฐศาสตร์มาร่วมด้วย เนื่องจากจะกลายเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งในบ้านเมือง จากกรณีการตัดสินคดีซุกหุ้นของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะที่รัฐบาล นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง จะต้องดำเนินการกับคนที่ออกมากดดันข่มขู่ตุลาการ และต้องดูแลไม่ให้เกิดปัญหาความวุ่นวาย
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอให้ทุกฝ่ายรอฟังการวินิจฉัย โดยไม่ต้องการให้ประชาชนกังวลเรื่องนี้มากเกินไป และขอให้การชุมนุมอยู่ในกรอบของกฎหมาย อย่าใช้ความรุนแรง
นพ.ประเวศ วะสี นักวิชาการด้านสันติวิธี เตือนให้ประชาชนรอบคอบ อย่าตกเป็นเครื่องมือในการแย่งชิงอำนาจรัฐจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ต่างฝ่ายกำลังสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้น ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงถึงขั้นกลียุคได้ โดยเชื่อว่ากรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และลงมตินั้นจะไม่มีผลที่ออกมาอย่างสุดโต่งตามที่หลายฝ่ายกังวล
