เอกชน-ประชาชนเรียกร้องแก้ปัญหาการเมืองอย่างสันติ
ผู้ค้า และประชาชนบางส่วนย่านเยาวราช บอกว่าติดตามข่าวที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยคดีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งหากเกิดความวุ่นวายขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการทำมาหากิน และต้องการให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสังคมมากกว่าปัญหาการเมือง
ด้านนายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เชื่อว่าการชุมนุมจะจำกัดบริเวณเพียงพรรคการเมืองหรือศาลรัฐธรรมนูญ ไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรง แต่อาจมีกลุ่มผู้ชุมนุมย่อยตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งไม่กระทบกับการค้ามากนัก
แต่หากมีสัญญาณเกิดเหตุรุนแรง ก็พร้อมประสานตำรวจดูแลความปลอดภัย และขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามหลักการบริหารการชุมนุม 9 ข้อ ที่เคยเสนอไป เพื่อลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ
ส่วนนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนาพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว กล่าวว่า ภาคเอกชนและภาคท่องเที่ยว ขอให้แก้ปัญหาการเมืองอย่างสันติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่เพิ่งจะฟื้นตัว
ขณะที่นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตระกุล กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าไทย ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับผลการตัดสินของศาล และขออย่าใช้ความรุนแรงในการเคลื่อนไหว พร้อมระบุว่าหากครั้งนี้เกิดเหตุรุนแรง จะสร้างความเสียหายมากกว่าในอดีต ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ยาก
ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองในวันพรุ่งนี้(13 ก.ค.) จะผ่านไปด้วยดี แต่หากศาลตัดสินว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ชอบ และสั่งยุบพรรค จะเกิดความวุ่นวายทางการเมือง และอาจทำให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียงร้อยละ 4 - 4.5
