ICT ซื้อแท็บเล็ตเพิ่ม 800,000 เครื่องพร้อมส่งมอบ ก.ย.นี้

สังคม
04:16
จำนวนผู้ชม 0
Thai PBS
ICT ซื้อแท็บเล็ตเพิ่ม 800,000 เครื่องพร้อมส่งมอบ ก.ย.นี้

กระทรวงไอซีที เซ็นสัญญาจัดซื้อแท็บเล็ตล็อตที่ 2 อีก 400,000 เครื่อง โดยคาดว่า ล็อตแรกจะดำเนินการแล้วเสร็จและส่งต่อให้กระทรวงศึกษาธิการได้ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ ขณะที่ล็อตที่ 2 จะตรวจสอบแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน

นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามสัญญาจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือ แท็บเล็ต ภายใต้โครงการจัดการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์พกพา ระหว่างกระทรวงไอซีที กับบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคป ไซแอนทิฟิก ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด ในรอบที่ 2 ว่า ภายหลังจากกระทรวงไอซีทีได้ลงนามจัดซื้อแท็บเล็ต จาก บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ จำนวน 400,000 เครื่อง เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา และมีกำหนดส่งมอบภายใน 60 วัน ขณะนี้ทางบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ ได้ดำเนินการผลิตและทยอยส่งมอบให้แก่กระทรวงไอซีทีอย่างต่อเนื่องตามกำหนดการจัดส่งเครื่องแท็บเล็ต

บริษัท เสิ้นเจิ้น สโคปฯ ได้เริ่มต้นจัดส่งเครื่องแท็บเล็ตตั้งแต่วันที่ 23 พ.ค. จำนวน 2,000 เครื่อง เพื่อให้กระทรวงฯ ได้ตรวจสอบคุณสมบัติเครื่องให้เป็นไปตามเงื่อนไขการจัดซื้อ ก่อนส่งหนังสือรับรองให้บริษัทฯ ดำเนินการผลิตเครื่องแท็บเล็ตและส่งมอบตามสัญญา โดยบริษัทฯ ได้จัดส่งลอตแรกให้ในวันที่ 22 มิ.ย. จำนวน 10,000 เครื่อง โดยคาดว่า จะจัดส่งเสร็จสิ้นจนครบตามจำนวน 400,000 เครื่อง ในวันที่ 18 ส.ค.นี้ และคาดว่า ในวันที่ 27 ส.ค. จะทยอยส่งมอบให้กระทรวงศึกษาธิการได้

ส่วนการลงนามในสัญญาล็อตที่ 2 เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.) เป็นการจัดซื้อเพิ่มอีก 403,941 เครื่อง วงเงิน 1,054 ล้านบาท ซึ่งรวมแล้วรัฐบาลได้สั่งซื้อรวม 803,941 เครื่อง ส่วนระยะเวลาตรวจสอบแล้วเสร็จทั้งหมด จะสิ้นสุดในช่วงเดือนกันยายนนี้

สำหรับคุณสมบัติแท็บเล็ต ที่ บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ ผลิตและส่งมอบให้กับไทย เป็นหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีหน่วยบันทึกข้อมูล 8GB มีหน่วยประมวลผลกลางมีความเร็วสัญญาณนาฬิกา หรือ Clock speed 1.2 GHz มีหน่วยความจำหลัก หรือ RAM จำนวน 1 GB ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.0 แบบ Ice Cream Sandwich และใช้แบตเตอรี่ชนิด Lithium Polymer มีการรับประกันเป็นระยะเวลา 2 ปี

นอกจากนี้ ทางยังบริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ ได้ตั้งศูนย์บริการเพื่อดูแลเครื่องเสร็จแล้ว 1 แห่งในกรุงเทพมหานคร และจะจัดตั้งเพิ่มเติมทั่วประเทศอีก 29 แห่งตามแผนที่ได้วางไว้จำนวน 30 แห่ง มีเจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ 5-6 คน โดยเมื่อตัวเครื่องเสียหรือขัดข้องด้วยเหตุใดก็ตาม จะมีการจัดหาเครื่องสำรองมาทดแทนภายใน 5 วัน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ดำเนินการในการจัดหาเครื่องสำรองไว้ ร้อยละ 1 ของเครื่องทั้งหมด