ตุลาการศาล รธน.วางกรอบไต่สวนกรณีกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ 4 ก.ค.นี้
คดีกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญตามตามคำร้องมาตรา 68 ว่าด้วยการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้เรียกฝ่ายผู้ร้อง และผู้ถูกร้องเข้าเบิกความนัดแรกในวันที่ 5 และ 6 กรกฎาคมนี้ โดยทั้ง 2 ฝ่ายต่างออกมายืนยันความพร้อม และกล่าวว่าจะยอมรับคำวินิจฉัย รวมถึงการแสดงความเชื่อมั่นว่าศาลจะพิจารณาตามข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรม
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากวินิจฉัยว่าเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง พรรคเพื่อไทยเตรียมจดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ และการย้ายสังกัดของ ส.ส. ตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ซึ่งกระบวนการทั้งหมดจะไม่กระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล แต่ก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่าไม่มีแผนรองรับคำวินิจฉัย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร
นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. พรรคเพื่อไทย เรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงต่อสังคม หากผลการวินิจฉัยว่าการแก้รัฐธรรมนูญเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง เพราะการวินิจฉัยในทางลบ อาจนำมาซึ่งสถานการณ์ความวุ่นวายของประเทศ
และมีคำเปิดเผยจากนายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ หัวหน้าคณะโฆษกศาลรัฐธรรมนูญว่า วันที่ 5 และ 6 กรกฎาคมนี้ ศาลนัดไต่สวนคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อฟังข้อเท็จจริงก่อนเท่านั้น ยังไม่ได้นัดฟังคำวินิจฉัย หรือเขียนคำวินิจฉัยไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด
มีรายงานว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน นัดหมายประชุมวางกรอบการไต่สวน และการวินิจฉัย ก่อนวันเรียกพยานเข้าเบิกความ 1 วัน โดยขณะนี้มีพยานทั้ง 2 ฝ่าย รวม 20 ปาก ขณะที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ฝ่ายผู้ร้อง ขอถอนชื่อพยาน คือนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2540 แล้ว โดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถติดต่อประสานงานได้
สำหรับรายชื่อผู้เข้าเบิกความในฝ่ายผู้ถูกร้อง ประกอบไปด้วย พยานจากพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานรัฐสภา รวมถึงนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ส่วนฝ่ายผู้ร้องมีทั้งบุคคลจากพรรคประชาธิปัตย์ ส.ว. อดีต ส.ส.ร. ปี 2550 เข้าร่วมเป็นพยานเบิกความในคดี
