“สมชัย” ปัดกกต.ลาออกรับผิดชอบคดียุบพรรคปชป.
แม้จะเคารพในคำวินิจฉัยยกฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของศาลรัฐธรรมนูญ แต่กกต.ก็ยืนยันถึงการทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว จะมีก็แต่เพียงอาการน้อยใจของนายทะเบียนพรรคการเมือง และจนถึงขณะนี้ ยังไม่มี กกต.คนใดคิดจะลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
นายธนิต ศรีประเทศ ทีมกฎหมายคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงยืนยันการทำสำนวนฟ้องที่ยึดตามปฏิบัติ ตั้งแต่คดีในอดีตจนถึงคดีของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะเงื่อนเวลาในการนับคำว่า "ปรากฏต่อนายทะเบียนพรรคการเมือง" ซึ่งต้องนับระยะเวลา 15 วัน เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งฟ้องคดี โดยนับตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย.53 ที่รับทราบและลงมติให้ส่งฟ้อง แต่ก็ยอมรับในคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก เพราะถือเป็นเรื่องปกติที่จะตีความกฎหมายต่างกัน
ขณะที่นายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการ กกต. ที่ยอมรับว่า ตุลาการฯ ตีความกฎหมายต่างกับ กกต. และย้ำให้รอฟังคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการฯ เสียงข้างน้อย เพื่อทบทวนการทำงานของ กกต. แต่ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มี กกต.หรือนายทะเบียนพรรคการเมืองคิดจะลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งแม้จะมีอาการน้อยใจเกิดขึ้นก็ตาม
และแม้ทีมทนายความคดียุบพรรคประชาธิปัตย์จะปฏิเสธที่จะให้ความเห็น และระบุว่า สัปดาห์หน้าจะประชุมกัน แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเชื่อมั่นว่า คดีของพรรคประชาธิปัตย์แตกต่างจากคดียุบพรรคการเมืองก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการลงมติยกฟ้องของ กกต.ซึ่งเป็นสาเหตุหลักให้เกิดกรณีปัญหาขึ้น
ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เห็นว่า กกต.ใช้บรรทัดฐานในการยื่นฟ้องยุบพรรคมาตรฐานเดียว และตั้งข้อสังเกตถึงคำตัดสินที่มีความขัดแย้งในข้อกฎหมาย จึงควรเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจ
ส่วนแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นอกจากแถลงนัดหมายชุมนุมวันที่ 10 ธ.ค.แล้ว นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวย้ำให้ตุลาการรัฐธรรมนูญทั้งคณะ หรือกกต.ทั้ง 5 คน แสดงความรับผิดชอบต่อการทำหน้าที่ โดยอ้างว่าคำวินิจฉัยไม่เป็นธรรมและกกต.ทำหน้าที่บกพร่อง
และจากการเตรียมการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งกลุ่มนปช.และกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งการตั้งกองบัญชาการติดตามสถานการณ์ เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะในช่วงการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ระหว่าง 1-9 ธ.ค.
ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ยืนยันที่จะระมัดระวังการวิพากษ์วิจารณ์สถานการณ์การเมือง ซึ่งอาจกลายเป็นการยั่วยุ พร้อมกล่าวย้ำว่า ไม่ได้มีเจตนาสร้างความโกรธเคืองให้กับฝ่ายใด
