อ.รัฐศาสตร์ เผย "การเมืองภายใน" ทำ "นาซ่า" ยกเลิกอู่ตะเภา

การเมือง
07:30
จำนวนผู้ชม 46
Thai PBS
อ.รัฐศาสตร์ เผย "การเมืองภายใน" ทำ "นาซ่า" ยกเลิกอู่ตะเภา

ผู้ช่วยศาตรจารย์ วิบูลพงศ์ พูนประสิทธิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เห็นว่า การเมืองภายในของไทย เป็นตัวแปรให้นาซ่ายกเลิกโครงการ ชี้ไม่น่ากระทบความสัมพันธ์ เผยเหตุการณ์ครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนของไทย

ผู้ช่วยศาตรจารย์ วิบูลพงศ์ พูนประสิทธิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นถึงกรณีที่องค์การบริหารการบิน และอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา(นาซ่า) ยกเลิกโครงการสำรวจสภาพภูมิอากาศ และการก่อตัวของกลุ่มเมฆที่สนามบินอู่ตะเภา

ผศ.วิบูลพงศ์ มีความเห็นว่า เหตุผลที่สหรัฐฯ ยกเลิกนั้น เนื่องจากอาจมองเห็นปัญหาการเมืองภายในที่รัฐฯ ยังขาดความเป็นเอกภาพในการตัดสินใจ เนื่องจากเป็นการตัดสินใจระดับชาติ ทั้งนี้เห็นว่า ถ้าตกลงแล้วว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อประเทศ หลังจากที่ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนว่า เห็นด้วย และฝ่ายความมั่นคงยืนยันว่า ไม่ได้รับผลกระทบ และน่าจะเป็นประโยชน์โดยตรงกับประเทศ แต่เมื่อมีการคัดค้านกันไปมา จนต้องยกเลิกโครงการ ดังนั้น ตนคิดว่า ปัญหาการเมืองภายในของไทยน่าจะมีน้ำหนักพอที่ทำให้สหรัฐฯ ยกเลิกโครงการ

ผศ.วิบูลพงศ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่น่าจะกระทบต่อความสัมพันธ์ ระหว่างไทย และสหรัฐฯ เพราะคิดว่า สหรัฐฯ นั้นรับรู้ปัญหาการเมืองภายในของไทยในช่วง 2-3 ปีเป็นอย่างดี อีกทั้ง ระบบการเมืองของทั้งสองประเทศมีความต่างกัน จึงน่าจะเข้าใจกันได้ไม่ยากนัก

ขณะโอกาสที่สหรัฐฯ จะเข้ามาทำโครงการนี้อีกหรือไม่ ผศ.วิบูลพงศ์ กล่าวว่า ถ้าประเทศไทยแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนให้สหรัฐฯ เห็นว่า ครั้งต่อไปจะไม่มีปัญหาในลักษณะนี้อีก ก็อาจะเป็นไปได้ที่เข้ามาร่วมมือกับไทย ทั้งนี้ตนเห็นว่า การที่สหรัฐฯ ได้เลือกตั้งฐานปฏิบัติการที่อู่ตะเภา นั่นหมายถึง อู่ตะเภามีความเหมาะสม และมีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ซึ่งหากประเทศไทยยังคงมีปัญหานี้ต่อไป สหรัฐฯ อาจเลือกสถานที่อื่น เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ หากมีขั้นตอนที่ง่ายกว่า

อย่างไรก็ตาม ผศ.วิบูลพงศ์ ถือว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ เป็นบทเรียนกับประเทศไทย เพราะหากทราบว่า มีโครงการใดที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ และจำเป็นต้องฟังเสียงจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน และประชาชน จึงควรทำเพื่อให้เกิดความโปร่งใส และรัฐบาลต้องเป็นผู้ตัดสินเอง โดยให้อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของชาติ แม้ว่าจะมีความขัดแย้งบ้าง แต่ก็สามารถอธิบายได้ ซึ่งหากรัฐฯ ไม่ทำให้ครบทุกขั้นตอน ก็อาจเป็นข้อท้วงติงตามมา จนไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะห่วงสถานภาพของรัฐบาล ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ เอง ควรมีการกำหนดขั้นตอน ระยะเวลาอย่างแน่ชัด และไม่เร่งรัดมากจนเกินไป รวมถึง ทั้งสองฝ่ายศึกษาทำความเข้าใจในความแตกต่างในการทำงานของทั้งประเทศ

ทั้งนี้ ผศ.วิบูลพงศ์ กล่าวถึงความระแวงของหลายฝ่าย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่เกรงว่าสหรัฐฯ จะเข้ามาแทรกแซงทางด้านการทหารว่า สหรัฐฯ นั้นบอกชัดเจนว่าจะมีการเข้ามาสำรวจอากาศ หากจะแทรกแซงด้านการทหารจริง ไม่มีความจำเป็นที่ต้องมาตั้งฐานทัพในประเทศไทย เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันนั้นมีความทันสมัยมาก ซึ่งการสำรวจครั้งนี้เป็นประโยชน์กับประเทศไทย ที่จะสามารถรู้สภาพอากาศ หรือเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจรู้ล่วงหน้าได้เป็น 10 วัน และประเทศไทยยังทำไม่ได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นมาอีก ก็จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอีก