ผู้ประกอบการ หวั่น นักท่องเที่ยวหนี หลังเกิดเหตุทำร้ายนักท่องเที่ยวถี่
น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณ์โกเศส อดีตนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ ระบุว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นเเล้ว เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องใช้กฎหมายลงโทษอย่างจริงจัง ทั้งนี้ประเมินว่า เหตุการณ์นี้อาจไม่ส่งผลกระทบต่อยอดนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในปีนี้ เเต่เศรษฐกิจโลก เเละภัยธรรมชาติที่ไม่เเน่นอน น่าจะเป็นปัจจัยที่นักท่องเที่ยวกังวลมากกว่า
ขณะที่นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ แอตต้า กล่าวว่า แม้คดีอาชญากรรมจะเกิดขึ้นได้ในทุกประเทศ แต่ผู้เกี่ยวข้องไม่ควรเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยปีละกว่า 7 แสนล้านบาท กรณีการชิงทรัพย์และทำร้ายนักท่องเที่ยวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้ญาติของนักท่องเที่ยวทั่วไปเป็นห่วงความปลอดภัยมาก เหตุการณ์ร้ายจึงไม่ควรเกิดขึ้นอีก แต่หากเกิดขึ้นการตามจับคนร้ายโดยเร็วก็มีส่วนช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นได้
นายศิษฎิวัชร กล่าวเพิ่มเติมว่า การรักษาภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเป็นเรื่องยาก เพราะนอกจากหน่วยงานด้านท่องเที่ยวแล้ว ยังมีอีกหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงคมนาคม มหาดไทย วัฒนธรรม รวมถึงคนไทยที่ต้องช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ด้วย
เช่นเดียวกับ นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานนโยบายสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความปลอดภัย ถือว่าเป็น หนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ภาคเอกชน เเละรัฐบาล ให้ความสำคัญอยู่เเล้ว เเต่อยากให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเเก้ไขปัญหา เเละสร้างกิจกรรมเชิงบวกเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว โดย 4 เดือนที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวขยายตัวร้อยละ 7-8 ถือ เป็นการขยายตัวในระดับปกติโดยเชื่อว่าหากรัฐบาลเร่งใส่ใจการดูเเลความ ปลอดภัยของนักท่องเที่ยวตัวเลขนักท่องเที่ยวก็น่าจะเพิ่มขึ้นได้
