ประธานกกต.ขอเวลาศึกษาคำวินิจฉัยศาลรธน. ก่อนกำหนดท่าที
นายทะเบียนพรรคการเมืองขอเวลาศึกษาคำวินิจฉัยยกฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนแถลงชี้แจงการทำงาน ท่ามกลางการกดดันให้แสดงความรับผิดชอบ ทั้งจากบุคคลภายใน กกต. และ กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง
ประชาชนที่ใช้ชื่อว่า "กลุ่มผู้รักความเป็นธรรม" แต่งกายชุดดำไปประท้วงผลการวินิจฉัยยกฟ้องคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ที่ด้านหน้าศาลรัฐธรรมนูญ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยมีการผูกผ้าดำไว้อาลัยกับการทำหน้าที่และสวดบังสุกุลเพื่อสะท้อนถึงความผิดหวังกับคำวินิจฉัย พร้อมกันนั้นก็เดินไปประท้วงที่ด้านหน้าสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.เพื่อเรียกร้องให้ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบต่อกรณีการทำหน้าที่ผิดพลาดบกพร่อง ก่อนสลายการชุมนุมและเดินทางกลับโดยไม่เกิดเหตุการณ์เผชิญหน้าใดๆขึ้น
ส่วนการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งทั้ง 5 คน โดยนายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ทำหน้าที่ประธานการประชุมเพื่อทบทวนการทำงานภายในองค์กรหลังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ยกฟ้อง คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยเหตุพฤติกรรมแห่งการกระทำหมดอายุความในการยื่นฟ้องเพื่อเอาผิดแม้กกต.จะไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามการประชุมหรือแถลงผลการประชุม
แต่มีรายงานว่าที่ประชุมกกต.ได้มีการหารือถึงประเด็นการยกฟ้อง และกระแสโจมตีการทำงานของ กกต. โดย กรรมการการเลือกตั้ง คนหนึ่งเสนอให้นายอภิชาต ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมืองซึ่งมีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้แถลงชี้แจงข้อเท็จจริงการทำงานทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่ นายอภิชาต ก็ปฏิเสธกลางห้องประชุม และย้ำที่จะใช้เวลา พิจารณาศึกษาคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแต่ละคนก่อน
ขณะที่กรรมการการเลือกตั้ง อีกคนหนึ่ง กล่าวย้ำว่า หากล่าช้าจะทำให้เกิดผลเสียต่อกกต.ทั้งหมด และหากนายอภิชาต ไม่พร้อมจะมอบหมายให้เลขาธิการกกต.เป็นผู้แถลงแทนแต่ก็ไม่ได้รับการอนุญาตเช่นกัน
ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต.ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้วส่วนจะมีการแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่คงต้องเป็นหน้าที่ของนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะพิจารณาความเหมาะสม และย้ำว่า หากเร็วก็จะเป็นการดีต่อองค์กรเนื่องจากห่วงกระแสสังคมที่จะมอง กกต.ในด้านลบ แต่ก็ยืนยันว่ากกต.เคารพการคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และคงต้องพิจารณาคำวินิจฉัยอย่างรอบด้าน เนื่องจากพฤติการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต่างจาก พรรคธรรมาธิปไตย พรรคพลังธรรม และพรรคธรรมชาติไทย ที่กกต.ยื่นฟ้องก่อนหน้านี้แต่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคตามคำฟ้องเมื่อปี 2550
